อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

สพฐ.-กศน.ปูพรมสอนบัญชีครัวเรือน

"กำจร" มอบสพฐ.-กศน.สอนทำบัญชีครัวเรือนควบคู่หลักเศรษฐกิจพอเพียง หวังสร้างวินัยการเงิน รู้จักควบคุมรายรับรายจ่าย รู้จักเก็บออมให้คนในชาติ อังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เวลา 06.31 น.

วันนี้( 10 พ.ย.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตามที่พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ตนรับผิดชอบเรื่องการทำบัญชีครัวเรือนทั้งในระบบและนอกระบบการ ศึกษา ตนจึงได้หารือร่วมกับ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) และ นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)เพื่อหารูปแบบในการเผยแพร่การทำบัญชีครัวเรือนที่เหมาะสมกับ แต่ละกลุ่มคน รวมทั้งให้ความรู้เรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปด้วย โดยในส่วนของกศน.นั้น จะให้สอดแทรกไว้ในทุกหลักสูตรการเรียนการสอนที่จัดให้ บริการแก่ประชาชน ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)นั้น ครูทุกคนต้องมีความ รู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง โดยเริ่มต้นที่ต้องทำบัญชีครัวเรือนเป็นและนำไปใช้ได้ จากนั้นต้องเผยแพร่ต่อและสอนให้แก่นักเรียน โดยในภาคเรียนนี้ให้เริ่มเรียนรู้ และให้ปฏิบัติจริงตั้งแต่ภาคเรียนหน้าเป็น ต้นไป

นายการุณ กล่าวว่า ในส่วน สพฐ.นอกจากจะให้ครูทำบัญชีครัวเรือนของตนเองแล้ว จะให้สอนเด็กหัดทำด้วย เพื่อจะได้รู้ว่ารายรับรายจ่ายของตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อให้รู้จักการควบคุมรายจ่ายและรู้จักการเก็บออม ไม่ฟุ่มเฟือย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก

ด้านนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ส่วน กศน.จะรับผิดชอบในการให้ความรู้ประชาชนที่อยู่นอกระบบทั่วไป และนักศึกษา กศน. ซึ่งจะมีการหารูปแบบที่เหมาะสมกันก่อน แต่เบื้องต้นคิดว่าจะให้แทรกเรื่องบัญชีครัวเรือนในหลักสูตรต่าง ๆ ทุกระดับและจะแทรกในหลักสูตรอาชีพต่าง ๆ ด้วยอย่างน้อยเวลา 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้คนที่มาเรียนสามารถกลับไปทำบัญชีครัวเรือนของตนเองได้ ขณะเดียวกันจะมีการเชื่อมโยงถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ผู้เรียนรู้ว่ารายรับรายจ่ายเป็นอย่างไร ซึ่งวิธีการที่จะลดรายจ่ายได้ผลวิธีหนึ่งก็คือการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 379