อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 ตุลาคม 2564

สอศ.เพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ

"ชัยพฤกษ์" เผย สอศ.เตรียมเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพ-สามัญ เป็น 42:58 ในปี 59 กำหนดเป้าหมายผู้เรียนเป็นรายจังหวัด รับปากถ้ารับรอบสองไม่รับสาขาซ้ำซ้อนกับที่เอกชนเปิดสอน อังคารที่ 15 มีนาคม 2559 เวลา 08.11 น.

วันนี้ (15 มี.ค.)  ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับศูนย์ส่งเสริมการอาชีวศึกษาเอกชน(ศอช.) เพื่อวางแผนการรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2559 ที่ประชุมเห็นชอบให้เพิ่มสัดส่วนการรับนักเรียนอาชีวะต่อสายสามัญจาก 39:61 ในปี 2559 เป็น 42:58 โดยอาชีวะรัฐและเอกชนจะรับนักเรียน นักศึกษาได้ทั้งสิ้น 310,083 คน ทั้งนี้จะมีการกำหนดเป้าหมายเป็นรายจังหวัดว่า จังหวัดใดจะรับเด็กได้กี่คน จากนั้นแต่ละจังหวัดจะต้องไปกำหนดเป้าหมายเป็นรายวิทยาลัยต่อไป อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานศึกษาอาชีวะเอกชนไม่อยากให้อาชีวะรัฐเปิดรับนักเรียนหลายรอบ จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่า ระยะเวลาการรับนักเรียนให้เป็นไปตามประกาศการรับนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) คือ รอบแรก ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)ชั้นปีที่ 1 รับสมัครวันที่ 20-24 มี.ค.59 ทดสอบความรู้และความถนัดทางวิชาชีพ วันที่ 27 มี.ค.59 ประกาศผลวันที่ 3 เม.ย.59 และให้ขยายเวลามอบตัวจากวันที่ 10 เม.ย.59เป็นวันที่ 20 เม.ย.59 พร้อมทั้งเปลี่ยนวันรายงานผลการมอบตัวจากวันที่ 13 เม.ย.59 เป็นวันที่ 23 เม.ย.59 ทั้งนี้เพื่อความคล่องตัวและมีระยะเวลาในการประสานงานมากขึ้น เนื่องอยู่ช่วงการเปลี่ยนผ่าน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนการรับรอบ 2 ได้มีการตกลงกันว่า อาชีวะรัฐจะไม่รับสมัครสาขาวิชาที่ซ้ำซ้อนกับสาขาที่อาชีวะเอกชนเปิดสอน ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม สาขาการบัญชี คหกรรม คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ทั้งนี้จะให้อำนาจแต่ละจังหวัดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม โดยให้เน้นการผลิตกำลังคนสาขาขาดแคลน และลดในสาขาวิชาที่เกินความต้องการของตลาดแรงงาน นอกจากนี้ยังมีการตกลงด้วยว่า ปีการศึกษา 2559 อาชีวะเอกชนจะไม่เปิดสอนทวิศึกษา เนื่องจากสอศ.ต้องการให้การจัดการศึกษามีมาตรฐาน ดังนั้นจึงต้องมีการส่งเสริมคุณภาพให้เกิดความเชื่อมั่นก่อน เช่น มีประสบการณ์เปิดสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี ผ่านการประกันคุณภาพภายนอก มีพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอนและมีบุคลากรที่เพียงพอ เป็นต้น



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 534