อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ศธ.ขยายเคเบิ้ลใยแก้วลงโรงเรียนห่างไกล

กศน.ขยายเคเบิ้ลใยแก้วลงโรงเรียนห่างไกลกว่า 7 พันแห่ง เป็นศูนย์การเรียนรู้ไอทีชุมชน ขณะที่ "พล.อ.ดาว์พงษ์" สั่ง สอศ.หายุทธวิธีเชิงลึกหยุดอาชีวะตีกัน พุธที่ 20 กรกฎาคม 2559 เวลา 10.35 น.

วันนี้(20 ก.ค.)ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารระดับสูง ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ได้รายงานความคืบหน้าโครงการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชม ซึ่งเป็นโครงการที่ กศน. ร่วมกับ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)ดำเนินการ โดยส่งสัญญาณผ่านเคเบิ้ลใยแก้วไปให้ กศน.ตำบล 7,424 แห่ง เป็นศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชน เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตในระดับชุมชนทั่วประเทศ และเป็นกลไกการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฐานราก นั้น สิ่งที่พบคือ ชาวบ้านสามารถนำสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาเสนอขายผ่านทางเว็บไซต์ได้ ซึ่ง พล.อ.ดาว์พงษ์ ได้สั่งการให้ขยายระบบเคเบิ้ลใยแก้วไปยังโรงเรียนใกล้เคียงกับศูนย์การ เรียนรู้ชุมชนของ กศน.ด้วย ดังนั้น ที่ประชุมจึงมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปจัดทำแผนว่ามีโรงเรียนใดบ้างที่จะเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต เพื่อให้โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลได้มีโอกาสได้เข้าถึงระบบไอซีทีด้วย

รองปลัด ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ยังได้รายงานผลวิเคราะห์สาเหตุที่นักเรียนอาชีวศึกษาถึงก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่งสรุปได้ 4 สาเหตุหลัก คือ 1.ค่านิยม อยากดัง อยากเป็นข่าว ปลูกฝังเรื่องศักดิ์ศรีสถาบัน 2.ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง โดยเฉพาะสาขาวิชาช่างที่มีลักษณะการทำงานในรูปแบบทีม เมื่ออยู่รวมกลุ่มจึงต้องการแสดงพลัง 3.สื่อและสังคม ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ และ4.พฤติกรรมส่วนบุคคล ต้องการอวดเพศตรงข้าม คึกคะนอง ใช้ยาเสพติด โดย สอศ. ได้รายงานถึงแนวทางแก้ปัญหาภาพรวมด้วย เช่น การสร้างความร่วมมือกับทหาร ตำรวจ จัดทีมดูแล เพื่อป้องปรามตามแบบอยุธยาโมเดล เป็นต้น ซึ่งรมว.ศธ. ได้มอบให้ สอศ.ไปกำหนดมาตรการเชิงลึกเพิ่มเติมและนำกลับมาเสนอที่ประชุมอีกครั้ง.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 24