อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ส่งมอบราชรถปืนใหญ่สง่างามสมพระเกียรติ

กรมสรรพาวุธทหารบก ส่งมอบราชรถปืนใหญ่อัญเชิญพระโกศในหลวงร.9 ให้กรมศิลปากร ดำเนินการประดับลวดลายงดงามสมพระเกียรติ ตั้งเป้าแล้วเสร็จต้นเดือน ก.ย.นี้ เตรียมพร้อมซักซ้อมพลฉุดชักราชรถ ในช่วงเดือน พ.ค.นี้   จันทร์ที่ 1 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.50 น.


วันนี้ (1 พ.ค.) ที่กรมสรรพาวุธทหารบก พล.โท.อาวุธ เอมวงศ์  เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก พร้อมด้วยนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมพิธีส่งมอบราชรถปืนใหญ่ที่ใช้ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช แก่สำนักช่างสิบหมู่  กรมศิลปากร  เพื่ออัญเชิญไปดำเนินการด้านศิลปกรรม และประณีตศิลป์ ประดับลวดลายองค์ราชรถ  โดยพล.ท.อาวุธ กล่าวว่า  กรมสรรพาวุธทหารบก ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดสร้างในส่วนโครงสร้าง แบ่งเป็นการการสร้างราชปืนใหญ่ส่วนหลัง และส่วนหน้า ซึ่งการจัดสร้างดำเนินการทั้งที่ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธปทุมธานี และที่กองโรงงานซ่อมสร้างยุทโธปกรณ์สายสรรพาวุธ ศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธจังหวัดนครราชสีมา ใช้เวลาดำเนินการนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมจนแล้วเสร็จ
               
พล.ท.อาวุธ  กล่าวว่า  สำหรับการจัดสร้างโครงสร้างราชรถครั้งนี้ ได้มีการศึกษาค้นคว้าทางประวัติศาสตร์จากข้อมูลจากหอจดหมายเหตุภาพถ่าย วิดิทัศน์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่  8  เพื่อหาลักษณะการทำงานและส่วนประกอบ  โดยโครงสร้างราชรถได้ใช้แบบของปืนใหญ่ภูเขาแบบ 51 (ป.51) มาดำเนินการจัดสร้าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย  ราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า และส่วนหลัง ซึ่งโครงสร้างมีความแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักพระบรมโกศได้อย่างเหมาะสม โดยจัดสร้างทั้งหมด 3 องค์  ได้แก่  1. ราชรถปืนใหญ่ หมายเลข 21863  ที่ใช้ในพระราชพิธี  2. ราชรถองค์สำรอง  และ 3. ราชรถสำหรับใช้ในการฝึกซ้อม อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้กรมสรรพาวุธ ได้ดำเนินการส่งมอบราชรถ 2 องค์  คือ องค์จริง และสำรอง ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ไปดำเนินการประดับลวดลายด้านศิลปกรรมต่อไป

นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  กล่าวว่า  ภายหลังรับมอบราชรถแล้วจะอัญเชิญราชรถทั้ง 2 องค์  ไป ยังโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อดำเนินการด้านศิลปกรรมและงานประณีตศิลป์ ที่ศึกษามาจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 มาเป็นต้นแบบ เพื่อให้ราชรถปืนใหญ่มีความงดงามสมพระเกียรติ โดยกำหนดดำเนินการแล้วเสร็จช่วงต้นเดือนกันยายน เพื่อเตรียมการสำหรับการซักซ้อมที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อการดำเนินงานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถองค์อื่นๆ นั้น เมื่อสำนักช่างสิบหมู่ประดับตกแต่งลวดลายด้านศิลปกรรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางสรรพาวุธจะเข้ามาประกอบช่วงล่างขององค์ราชรถทั้งหมด จากนั้นจะมีการจัดพิธีบวงสรวงองค์ราชรถก่อนที่จะมีอัญเชิญองค์ราชรถมาซักซ้อม และพร้อมสำหรับงานพระราชพิธีอย่างสง่างามสมพระเกียรติ
               
นายชนะโยธิน อุปลักษณ์  นายช่างศิลปกรรมกลุ่มงานช่างเขียนและช่างลายรดน้ำ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร  ผู้ออกแบบด้านศิลปกรรมประดับลวดลายราชรถปืนใหญ่ กล่าวว่า  ศิลปกรรมที่จะมาประดับโครงสร้างราชรถ ในส่วนที่เป็นโครงสร้างไม้ ราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง  แบ่งเป็นส่วนฐานใช้ลายบัวปากฐาน และขาสิงห์  และส่วนแคร่งอนด้านหน้า จะแกะเป็นรูปหัวพญานาค 6 องค์ และหางที่ด้านหลัง  นอกจากนี้ ยังมีส่วนประกอบอื่นที่จะมาประดับเพื่อมาช่วยส่งเสริมให้ราชรถปืนใหญ่มีความงดงาม โดยลวดลายประดับตัวถังราชรถนั้น จะใช้ลายกระจังเรียงไปตามโครงสร้างของรถที่มีลักษณะเป็นแนวนอน ในส่วนของล้อราชรถ จะมีการประดับลายกระจังไปจากดุมล้อตรงกลางไปตามซี่ล้อทั้ง 12 ซี่ ขณะที่วงล้อราชรถจะมีการเดินเส้นสีทองโดยรอบ
                
"ช่างจะแกะสลักลายกลีบบัว ขาสิงห์ ที่บริเวณส่วนฐานเมื่อดำเนินการแล้วจะการลงรัก ปิดทอง ประดับกระจก  โดยส่วนของขาสิงห์จะปิดทองทึบ แสดงถึงฐานานุศักดิ์ เช่นเดียวกับฐานสิงห์ที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ ส่วนการใช้บัว มารองรับ ปรากฏในความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ ซึ่งเปรียบในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นพระโพธิสัตว์  รวมถึงการแกะสลักแคร่เป็นหัวพญานาค เป็นความเชื่อตามคติพราหมณ์ และพุทธ ที่เปรียบพระมหากษัตริย์เสมือนสมมุติเทพ ในการเคลื่อนราชรถอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ก็จะมีนาครองรับ และเคลื่อนเหมือนพระองค์ผ่านสู่ความเป็นมนุษย์กลับขึ้นสู่สรรค์ที่พระเมรุมาศ” นายชนะโยธิน กล่าว            
               
ด้าน พ.ต.สิทธิศักดิ์ ศรีนวลดี หัวหน้าครูฝึกพลฉุดชักราชรถ กรมสรรพาวุธทหารบก กล่าวว่า  สำหรับการฝึกซ้อมกำลังฉุดชักราชรถในริ้วขบวนที่ 2 ทางกรมสรรพาวุธทหารบก ได้เตรียมกำลังพลเบื้องต้นไว้ทั้งหมดจำนวน 506 นาย โดยพระมหาพิชัยราชรถ จะใช้พลฉุดชักราชรถ และกำลังสำรอง จำนวน  301 นาย ราชรถน้อย จำนวน 79 นาย ส่วนกำลังพลฉุดชักราชรถปืนใหญ่ นั้น จะเป็นกำลังพลจากกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จำนวน 40 นาย สำหรับท่าทางการฉุดชักราชรถปืนใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างประดิษฐ์ท่าฉุดชัก ซึ่งจะต้องมีการหารือกับกองพระราชพิธี เพื่อกำหนดท่าฉุดชักที่เหมาะสม และเป็นไปตามโบราณราชประเพณี โดยขณะนี้กรมสรรพาวุธ ได้เปิดรับสมัครกำลังพลฉุดชักราชรถในทุกหน่วย ซึ่งทราบว่า มีกำลังพลสมัครเข้ามาเป็นจำนวนมาก มีตั้งแต่ระดับนายทหารชั้นสัญญาบัตร ยศพันเอก จนกระทั่งถึงพนักงานของกรม และดำเนินการให้รายงานตัวกำลังพลฉุดชักราชรถในวันที่ 8 พฤษภาคม และจะเริ่มการฝึกซ้อมได้คาดว่าในวันที่ 11 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15