อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เปิดนิทรรศการสัมพันธ์130ปี ไทย-ญี่ปุ่นที่โตเกียว

กระทรวงวัฒนธรรมจับมือกระทรวงการต่างประเทศเปิดนิทรรศการยิ่งใหญ่เฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์สองชาติ "ธนะศักดิ์" เผยไทยและญี่ปุ่นผูกพันแน่นแฟ้นมายาวนาน ตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์ รัฐบาลและประชาชน ศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2560 เวลา 14.41 น.

วันนี้(12พ.ค.) เวลา 12.40 น.ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น ที่มหาวิทยาลัยโซคา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) และกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) ของไทย กับมหาวิทยาลัยโซคา ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และนิทรรศการความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ญี่ปุ่น ครบรอบ 130 ปี ระหว่างวันที่ 12-18 พ.ค. 2560 โดยมีคณะผู้แทนไทย นำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายบรรสาน บุนนาค เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ข้าราชการวธ.และกต.จากกรุงโตเกียวพร้อมด้วยนายโยชิฮิซะ บาบะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยโซคา นายยาซึโนริ ทาชิโร่ ประธานคณะกรรมการมหาวิทยาลัยโซคา นางเคโกะ อิชิกาว่า อธิการบดีวิทยาลัยสตรี มหาวิทยาลัยโซคา พร้อมเจ้าหน้าที่ และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเข้าร่วม

จากนั้นพล.อ.ธนะศักดิ์ และคณะ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย และนักศึกษา ได้ร่วมชมการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่ง วธ.โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้คัดเลือกคณะศิลปินพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของไทย ประกอบด้วย คณะหมอลำแม่ฉวีวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง คณะโนราจากสหพันธ์สมาคมโนราแห่งประเทศไทย คณะกลองล้านนา มาทำการแสดงร่วมกับคณะหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ คณะนักแสดงจากชมรมเยาวชนรักษ์ศิลป์ ผู้แสดงเป็นเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษด้านนาฏศิลป์  และคณะคีตศิลปิน จากกรมศิลปากร ซึ่งได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ Oh I Say และเพลงในตำนานอย่างเพลงซุบารุ ทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นขับร้องด้วย โดยได้รับความสนใจและสร้างความประทับใจให้แก่ชาวญี่ปุ่นอย่างมาก 

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ราชวงศ์ญี่ปุ่น และราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นมายาวนาน อีกทั้งมีความผูกพันกันอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อรัชกาลที่9 เสด็จสวรรคต สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงไว้ทุกข์เป็นการส่วนพระองค์เป็นเวลา 3 วัน ขณะเดียวกันไทยและญี่ปุ่นยังมีความสัมพันธ์กันในระดับรัฐบาลและระดับภาคประชาชน ทำให้ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นมีความใกล้ชิดกันตลอดมา  เสมือนเป็นเครือญาติ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการจัดนิทรรศการดังกล่าว ประกอบด้วย การจัดแสดงภาพถ่ายและเนื้อหา 4 หมวดได้แก่ 1.การแสดงความอาลัยในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งการแสดงความอาลัยในประเทศญี่ปุ่น และจากผู้นำและประมุขประเทศต่างๆ โดยมีการฉายวีดิทัศน์สารคดีเกี่ยวกับการแสดงความอาลัยพระราชปรารภถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และการเสด็จฯเยือนประเทศญี่ปุ่นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2.พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3.พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ4.ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชวงศ์ไทยและพระราชวงศ์ญี่ปุ่นโดยทั้งสองพระราชวงศ์ได้เสด็จฯเยือนไทยและญี่ปุ่น เพื่อกระชับพระราชไมตรี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองมีความแน่นแฟ้น ที่สำคัญได้เชิญพระบรมฉายาลักษณ์และภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และวีดิทัศน์งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ชุด“ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต และพระราชทานภาพพระราชกรณียกิจที่เสด็จฯออกทรงรับสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งประเทศญี่ปุ่น ในโอกาสเสด็จฯ เยือนประเทศไทย เป็นการส่วนพระองค์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 5 มี.ค.2560 เพื่อร่วมจัดแสดงนิทรรศการด้วย


ด้านนายโยชิฮิซะ บาบะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยโซคา กล่าวว่า ในโอกาสนี้ขอน้อมจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อสัมพันธไมตรีระหว่างนานาประเทศ และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนของชาวไทยและประขาชนทั่วโลก ทั้งนี้อาจารย์อิเคดะ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยโซคา เคยเดินทางไปประเทศไทย 6ครั้งและได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้เข้าเฝ้าฯถึง 3ครั้ง โดยในทุกครั้งพระองค์มีรับสั่งถึงเรื่องการศึกษา ดนตรีและศิลปะ ทั้งนี้ตนหวังให้นิทรรศการครั้งนี้เป็นสายใยหนึ่งที่ช่วยกระชับมิตรภาพ และยังเป็นโอกาสให้พวกเราน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อสันติภาพและมนุษยธรรม ซึ่งนอกจากพระองค์จะสถิตอยู่ในดวงใจของชาวไทยแล้ว พระองค์จะสถิตอยู่ในใจชาวญี่ปุ่นที่จะสรรเสริญและเล่าขานถึงพระองค์สืบไป
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 245