อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สกสค.-ออมสินยกเลิกสัญญาชำระหนี้แทนครู

"หมอธี" เจรจา ธนาคารออมสิน ได้ข้อยุติ สกสค.ยกเลิกข้อตกลงให้ธนาคารออมสิน หักเงินกองทุนส่งเสริมฯ ช.พ.ค.จ่ายหนี้แทนครูค้างชำระหนี้ ประกาศข้อตกลงใหม่เดือน มิ.ย.นี้ เผยยอดเงินที่ออมสินหักหนี้จากกองทุนฯโดยพลการพุ่งทะลุหมื่นล้าน อังคารที่ 16 พฤษภาคม 2560 เวลา 12.12 น.

วันนี้ (16 พ.ค.) ดร.พิษณุ ตุลสุข เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค.ที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เมื่อเร็วๆนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงการหารือกับนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ในประเด็นที่ธนาคารออมสิน ดำเนินการหักเงินจากบัญชีกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 9,600 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินยืนยันว่าสิ่งที่ดำเนินการมาทั้งหมดทำถูกต้อง ส่วน สกสค.ก็มองว่าสิ่งที่ธนาคารออมสินหักเงินไปโดยพลการเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้เรื่องนี้มีข้อยุติในฐานะหน่วยงานของรัฐเหมือนกัน ทั้ง 2ฝ่าย จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่า ให้ยกเลิกสัญญาความร่วมมือเดิมทั้งหมดที่เคยทำไว้กับธนาคารออมสินสมัยนายเกษม กลั่นยิ่ง เป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ และให้ธนาคารออมสินกับสกสค.ไปหาแนวทางสร้างข้อตกลงความร่วมมือขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง เพราะหากต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ตัดสินก็คงไม่เกิดประโยชน์มีแต่จะเสียเวลา

เลขาธิการ สกสค.กล่าวต่อไปว่า สำหรับข้อตกลงความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นใหม่นั้น ต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางใดบ้าง ซึ่งทั้งธนาคารออมสินและสกสค.ต้องช่วยกันติดตามหนี้ รวมทั้งธนาคารออมสินต้องลดจำนวนผู้ขอกู้ให้ได้ และต้องมีระบบตรวจสอบเองด้วยว่ากำลังชำระหนี้ของผู้กู้แต่ละคนมีมากน้อยแค่ไหน โดยหลังจากนี้จะนัดหารือกับธนาคารออมสิน เพื่อสร้างข้อตกลงความร่วมมือใหม่และจะประกาศใช้ได้ในเดือนมิถุนายน 2560

“ขณะนี้มียอดเงินที่ธนาคารออมสินหักไปโดยพลการพุ่งสูงจากเดิม 9,600 ล้านบาทเป็นจำนวนกว่า 10,000 ล้านบาทแล้ว และทางธนาคารออมสินเองก็ไม่ได้ปฎิเสธที่จะไม่จ่ายเงินคืน แต่อาจจะต้องจ่ายคืนแบบมีเงื่อนไข เช่น ทยอยจ่าย หรือ ช่วยกันติดตามทวงหนี้ เป็นต้น" ดร.พิษณุ กล่าวและว่า หลักการสำคัญ คือ ครูที่เป็นหนี้ต้องชำระหนี้ มิฉะนั้นจะเป็นแฟชั่นตามกันว่าถ้าค้างชำระกองทุนฯก็จะมาช่วยชำระหนี้ให้เลยไม่ชำระหนี้ เพราะต่อให้กองทุนฯมีเงินอยู่หมื่นล้านบาทก็ไม่พอจ่าย เพราะหนี้ทั้งหมดในโครงการฯนี้มีถึง 300,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เสื่อมเสียจรรยาบรรณในวิชาชีพครู อีกทั้งยังเป็นการเอาเปรียบครูดีที่ชำระหนี้ตามกำหนดด้วย ทั้งนี้ หวังว่าหากได้เงินคืนมาจากธนาคารออมสินจะเป็นโอกาสดีที่จะนำเงินมาดูแลสมาชิก ช.พ.ค.ทั่วประเทศให้เกิดประโยชน์ ส่วนข้อเสนอของเครือข่ายครูที่อยากให้มีการสถาบันการเงินอื่นมาซื้อหนี้จากธนาคารออมสิน นั้น ประเด็นนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ดี คิดว่าธนาคารออมสินคงไม่อยากทะเลาะกับครู ดังนั้น แนวทางใดที่ธนาคารออมสินพอจะรับเงื่อนไขได้ก็คงจะรับไว้พิจารณา.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 536