อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

วัดทั่วประเทศตื่นตัวทำบัญชีเงินวัดโชว์ความโปร่งใส

คณะสงฆ์นครปฐมพร้อมวัดทั่วประเทศ เข้มพระสังฆาธิการ ไวยาวัจกร รายงานบัญชีทรัพย์สินวัด โชว์ความโปร่งใส ขณะที่พศ.กังวลกพร. เตรียมให้วัดทำบัญชีมาตรฐานเริ่มปี 61 เชื่อวัดจำนวนมากทำไม่ได้ เหตุไม่มีบุคลากรด้านบัญชี เร่งต่อรองหาทางออกหวั่นเกิดปัญหา  ส่วนปี60 วัดแจ้งบัญชีไม่ครบ 100% สอบตกตัวชี้วัดกพร. เชื่อรัฐบาลออกกฎหมายมาบังคับแน่ ศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา 17.25 น.

วันนี้( 23 มิ.ย.)ที่อาคารราชวิริยาลังการ วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม คณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) จัดประชุมถวายความรู้เจ้าอาวาสและประชุมไวยาวัจกรวัดในเขตจังหวัดนครปฐม เพื่อขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เชิงคุณภาพสู่ชุมชนหมู่บ้านทั้งจังหวัด พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพย์สินวัด มีเจ้าอาวาสและไวยาวัจกรเข้าประชุมมากกว่า 700 รูป/คน โดยพระเทพศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า พระเทพมหาเจติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้มีนโยบายให้ดำเนินการอบรมความรู้พระสังฆาธิการ และไวยาวัจกร เกี่ยวกับบริหารบัญชีทรัพย์สินของวัดเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ถือว่ามีเหตุการณ์เกี่ยวกับคณะสงฆ์ โดยเรื่องการจัดการทรัพย์สินของวัดขึ้น ซึ่งเชื่อว่า คณะสงฆ์นครปฐม และวัดทั่วประเทศตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะจังหวัดนครปฐม มีวัดจำนวน 200 วัด มีรายงานบัญชีมาแล้วเกือบ 100% ยังพบปัญหาบางส่วน คือ เรื่องการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ซึ่งคณะสงฆ์ก็ได้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

พระเทพศาสนาภิบาล กล่าวต่อไปว่า ส่วนงบประมาณแผ่นดินที่พศ.ได้อุดหนุนให้แก่วัดในพื้นที่ทั้งเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์ การศึกษา การเผยแผ่นั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง มีโนบายว่า หากมีการเบิกจ่ายตั้งแต่ 500 บาทขึ้นจะต้องมีหลักฐานใบเสร็จการรับจ่ายงบแสดงให้ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ในขณะเดียวกันการรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดในพื้นที่นครปฐมมีการรายงานประจำทุกเดือนผ่านไปยังเจ้าคณะตำบล-อำเภอ-จังหวัด สำหรับการรายงานบัญชีรอบครึ่งปี จะรายงานไปยังเจ้าคณะภาค ขณะที่บัญชีรอบ1ปีจะรายงานไปยังเจ้าคณะใหญ่ ซึ่งคณะสงฆ์ยึดการปฏิบัติตามคำสั่งของมหาเถรสมาคม(มส.)เป็นหลัก

“เชื่อว่าตอนนี้ทุกวัดทั่วประเทศตื่นตัวเรื่องการทำบัญชีวัดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงบประมาณแผ่นดิน ที่ทุกวัดไม่อยากมีปัญหา และเน้นย้ำให้ทุกวัดในพื้นที่นครปฐมหรือวัดอื่นๆ ขอให้จัดทำบัญชีส่งรายงานมายังพศ. เพื่อเสนอมส. หากไม่ดำเนินการเชื่อว่า รัฐบาลและหน่วยงานรัฐ จะมีมาตรการบังคับเป็นกฎหมายออกมา แต่หากทุกวัดส่งบัญชีรายงานทั้งหมดทั่วประเทศก็จะไม่เกิดปัญหา”รองเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม กล่าว

ด้านนายอินทพร จันเอี่ยม ผอ.สำนักงานศาสนสมบัติ พศ. กล่าวว่า การให้ความรู้เรื่องการจัดบัญชีทรัพย์สินวัดเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยในปี 2561 ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) ได้กำหนดตัวชี้วัดการจัดทำบัญชีวัดขึ้นใหม่ต้องรายงานบัญชีรายรับรายจ่ายแบบมาตรฐาน คือ ต้องมีผู้ตรวจบัญชีที่ระเอียดซับซ้อน ซึ่งวัดส่วนใหญ่ทั่วประเทศทำไม่ได้ และจะเกิดปัญหาตามมา ดังนั้น พศ.กำลังต่อรองกับทางกพร.ว่า ขอให้วัดจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างง่าย พร้อมใบแสดงสำคัญรับจ่ายเงินจะไม่เป็นปัญหาแก่วัดทั่วประเทศ เพราะวัดใหญ่นั้นไม่มีปัญหา แต่วัดเล็กๆรายได้ไม่ได้มีทุกวันเกิดปัญหาแน่นอน แต่ทางกพร.ยังยืนยันให้ใช้บัญชีแบบมาตรฐานอยู่ ในขณะเดียวทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่น ได้เห็นแย้งกพร.ว่า หากวัดทำบัญชีมาตรฐานคงไม่เหมาะ เพราะต้องอาศัยนักบัญชี ซึ่งวัดไม่มีกำลังดำเนินการได้

นายอินทพร กล่าวต่อไปว่า สำหรับการรายงานบัญชีวัดประจำปี 2560 ทางกพร.ได้กำหนดให้ทุกวัดจำนวน 40,000วัดต้องรายงานบัญชีให้ครบทั้งหมด หากไม่ครบ 100% ตัวชีวัดเรื่องบัญชีทรัพย์สินของวัดก็จะถือว่า ตกมาตรฐาน  คือ ไม่ผ่านเกณฑ์ขอ
งกพร. ซึ่งกพร.จะต้องนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อรัฐบาล เมื่อตกมาตรฐาน ก็คงต้องรอดูว่า รัฐบาลจะออกกฎหมายหรือมาตรการอะไรออกมาบังคับวัดทั่วประเทศเกี่ยวกับการรายงานบัญชีทรัพย์สินของวัด นอกจากนี้ตนขอชี้แจงวัดทั่วประเทศว่า พศ.ไม่มีอำนาจในการเข้าไปตรวจสอบบัญชีของวัดที่ส่งเข้ามา ทางพศ.มีหน้าที่รายงานจำนวนของวัดที่ส่งบัญชีให้แก่ทางกพร.เท่านั้น ส่วนกพร.จะมีมาตรการในการสุ่มตรวจบัญชีวัดไปยังภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศอีกด้วย  

“ปัญหาเรื่องการบริหารจัดการทรัพย์สินวัดในขณะนี้มีอย่างต่อเนื่อง และมีการร้องเรียนเข้ายังพศ.เป็นระยะเกี่ยวกับความโปร่งใสของการใช้เงินวัด ซึ่งเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้าพศ.ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ โดยใช้วิธีการตรวจสอบจากบัญชีของวัด ดังนั้น หากวัดทั่วประเทศมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ก็จะเป็นเครื่องการันตีความโปร่งของการใช้เงินงบประมาณ เงินวัดได้ นอกจากนี้ขอเน้นย้ำต่อไวยาวัจกรว่า  ไวยาวัจกรไม่สามารถทำอะไรอำเภอใจได้ จะดำเนินการอะไรที่เกี่ยวกับวัดต้องอยู่ภายใต้พ.ร.บ.คณะสงฆ์ และตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 พ.ศ.2511 และเจ้าอาวาส และไวยาวัจกร ถือเป็นบุคคลที่จะต้องเข้าใจการจัดทำบัญชีวัด รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินวัดเกิดประสิทธิภาพ”ผอ.สำนักงานศาสนสมบัติ กล่าว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.38K