อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

ชงปรับค่าใช้จ่ายรายหัวช่วยเด็กยากจน

สพฐ.วิจัยอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน ชี้ใช้มา10ปีแล้ว ได้รับเงินไม่สอดคล้องกับนโยบายรัฐ เสนอปรับเพิ่มให้เด็กยากจน พุธที่ 19 กรกฎาคม 2560 เวลา 15.14 น.

วันนี้ (19ก.ค.) ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดงานสภาการศึกษาเสวนา ครั้งที่ 20 เรื่อง "ค่าใช้จ่ายภาครัฐด้านการศึกษา : บทเรียนจากประเทศไทยและนานาชาติ" โดย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให้แก่นักเรียน จำนวน 6.2 ล้านคน โดยจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนใน 5 รายการ ได้แก่ ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทั้งนี้ ในส่วนของค่าใช้จ่ายภาครัฐตามโครงการเรียนฟรี 15ปี ซึ่งได้กำหนดอัตราเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนต่อคนต่อปี ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเป็นอัตราที่ใช้มานานถึง 10ปีแล้ว ขณะที่รัฐมีนโยบายสำคัญในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพผู้เรียน ส่งผลให้เงินอุดหนุนรายหัวที่ได้รับและนโยบายไม่ไปพร้อมกัน ดังนั้น สพฐ.จึงได้ร่วมกับยูนิเซฟ และ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ดำเนินโครงการการสำรวจติดตามการใช้จ่ายภาครัฐของโครงการเรียนฟรี 15ปีในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงค่าใช้จ่ายรายหัวให้เกิดความเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ รวมถึงกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เงินอุดหนุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป



รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า จากข้อค้นพบสำคัญที่ได้จากการสำรวจติดตามการใช้จ่ายภาครัฐของโครงการเรียนฟรี 15 ปี ในประเทศไทย เกี่ยวกับความเห็นครู ผู้บริหาร 2,463 คน ผู้ปกครอง 2,500 คน ในโรงเรียน 250 แห่ง ครอบคลุม 24 เขตพื้นที่การศึกษา พบว่า สพฐ.โอนเงินโครงการเรียนฟรี 15 ปี ถึงโรงเรียนโดยตรง แต่พบปัญหาการได้รับล่าช้า เช่น งบฯจัดซื้อหนังสือล่าช้าเฉลี่ยหลังเปิดเรียน 24 วัน ขณะที่โรงเรียนในเขตเมืองจ่ายค่าหนังสือสูงกว่าโรงเรียนในชนบท โรงเรียนมีความล่าช้าในการแจกอุปกรณ์การเรียนประมาณ 37 วันในภาคเรียน2 และ 17 วันในภาคเรียนแรก ส่วนเงินอุดหนุนเครื่องแบบนักเรียนกว่า ร้อยละ 95 แจกเป็นเงินสด และไม่เพียงพอสำหรับ 2ชุด และงบฯด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นั้นโรงเรียนจัดได้ไม่ครบต้องขอเพิ่มจากผู้ปกครอง อีกทั้ง พบว่าสถานศึกษามีงบฯจากโครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่ยังใช้ไม่หมด มากถึงร้อยละ 20 ของเงินที่ได้รับ ซึ่งสาเหตุที่ไม่ได้ใช้เงิน อาจเนื่องจากระบบบัญชีโรงเรียนอ่อน หรือขาดประสบการณ์ในการจัดการทางการเงิน ขณะที่เขตพื้นที่ฯลงพื้นที่สำรวจโรงเรียน 1 ครั้งต่อปี เท่านั้น

รศ.ดร.ชัยยุทธ กล่าวต่อไปว่า จากผลการสำรวจมีข้อเสนอแนะว่า ควรมีการปรับปรุงค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มให้สอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน จัดสรรเงินให้ถึงตัวเด็กโดยตรง ปรับปรุงวิธีคัดกรองและช่วยเหลือเด็กยากจน ปรับปรุงระบบบัญชีโรงเรียน ยกระดับบทบาทและความรับผิดชอบการกำกับดูแลของเขตพื้นที่ฯ และควรให้ข้อมูลเรียนฟรี 15 ปีให้แก่ครอบครัวนักเรียนมากขึ้น รวมทั้งยกระดับความรับผิดชอบของโรงเรียน โดยเปิดเผยข้อมูลงบฯและผลการเรียนของเด็กต่อชุมชนและผู้ปกครอง ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนผู้บริหาร และครูแสดงความรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานมากขึ้น

ด้าน ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนเห็นว่าเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเด็กยากจน แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะได้รับงบฯการศึกษาสูงสุด คิดเป็น 1 ใน 5 ของงบฯแผ่นดินก็ตาม ซึ่งตนหวังให้ส่วนกลางจัดสรรเงินให้แก่เขตพื้นที่ฯและโรงเรียนโดยตรงมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราบริหารงานตามกระแส โดยไม่มีงานวิจัยมาสนับสนุน แต่ขณะนี้เรามีนักวิชาการที่ทำวิจัยด้านค่าใช้จ่ายการศึกษา เป็นกรรมการอยู่ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 2 คน ซึ่งมีข้อมูลต่างๆมากมาย จึงคาดหวังว่าภายใน 2 ปีจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ที่ชัดเจน.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 17