อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2562

ผอ.เขตเป็นCEOจัดระเบียบอบรมครู

สพฐ.จับปัญหาคูปองอบรมครูขึ้นโต๊ะถก หลังหน่วยจัดแจ้งยกเลิกการอบรม พบสารพัดปัญหา มีทั้งคนลงทะเบียนน้อยและมากเกินไปเป็นเหตุ มอบผอ.เขตพื้นที่เป็นซีอีโอจัดระเบียบอบรมปีหน้า พุธที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลา 17.13 น.

วันนี้(16 ส.ค.)นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาครูครบวงจร  ว่า ที่ประชุมรับทราบกรณีผู้รับผิดชอบหลักสูตรยกเลิกการจัดอบรมจำนวน 87 หลักสูตร 213รุ่น ใน 22 หน่วยงาน โดยเป็นหน่วยงานเอกชน 8 แห่ง และอีก 14 แห่งเป็นมหาวิทยาลัย มีครูที่ลงทะเบียน 22,349 คน สำหรับเหตุผลที่ขอยกเลิกหลักสูตร ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจึงไม่สามารถจัดอบรมได้ เกิดความล่าช้าในการโอนเงินค่าลงทะเบียนล่วงหน้าของผู้รับการอบรมทำให้ฝ่ายจัดไม่สามารถวางแผนการดำเนินโครงการได้ ต้องปรับปรุงหลักสูตร หรือ มีผู้สมัครจำนวนมากไม่สามารถจัดหาสถานที่รองรับได้ เป็นต้น อย่างไรก็ตามถึงแม้จำนวนหลักสูตรจะถูกยกเลิกค่อนข้างมาก แต่พบว่ามีครูที่สำรองเงินไปแล้วได้รับผลกระทบเพียง 175 คนเท่านั้น ซึ่งสำนักพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา(สพค.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) จะประสานเพื่อเรียกเงินคืนต่อไป

"ต้องยอมรับว่า ตอนเริ่มคัดเลือกหน่วยจัดอบรม เรามองโลกในแง่ดีว่า ทุกคนอยากเข้ามาช่วยพัฒนาการศึกษา จึงยังไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน และเปิดกว้าง ทำให้บางคนที่จัดอบรมเองและคิดว่าหลักสูตรของตัวเองดี ก็เสนอตัวเข้ามาโดยใช้ชื่อของมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหา ซึ่งที่ประชุมได้นำปัญหามาพิจารณา และเห็นชอบให้มีการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการจัดอบรมในปีงบประมาณ 2561 โดยจะให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทำหน้าที่เป็นซีอีโอ เริ่มต้นกระบวนการด้วยการสำรวจความต้องการของครูในพื้นที่ว่า ต้องการอบรมหลักสูตรใด เมื่อได้ข้อมูลแล้วจะประกาศให้หน่วยจัดอบรมรับทราบ และเสนอหลักสูตรเข้ามาให้ สถาบันคุรุพัฒนารับรอง จากนั้นสถาบันคุรุพัฒนาจะส่งให้คณะกรรมการกลั่นกรองหลักสูตรอบรมของสพฐ. คัดเลือกอีกรอบ ก่อนเสนอให้เลขาธิการ กพฐ.ลงนาม ประกาศรายชื่อหลักสูตรที่ผ่านการคัดเลือกต่อไป”รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว

นายบุญรักษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้ครูทำแผนพัฒนาตนเอง หรือ ไอดีแพลน เข้าระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เขตพื้นที่ฯ ทราบข้อมูลว่า ครูคนนั้นได้อบรมหลักสูตรใดแล้ว ใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะอยู่ในระบบและสามารถตรวจสอบได้ ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการอบรมนั้น ยอมรับว่าระยะแรกมีปัญหาติดขัดในเรื่องการเบิกจ่ายบ้าง เพราะใช้เหลือจ่ายจากโครงการต่าง ๆ ส่งลงไปที่เขตพื้นที่ฯ ทำให้เกิดความล่าช้า แต่ปีงบฯ 2561 สพฐ.ได้เตรียมจัดสรรงบฯส่วนนี้ไว้แล้ว สำหรับการเบิกจ่ายงบฯค่าอบรมนั้น โดยนโยบาย สพฐ. ยังให้ครูเป็นผู้ถือเงินไปจ่ายให้แก่หน่วยอบรมเอง โดยใช้วิธียืมเงินจากเขตพื้นที่ฯ แล้วนำใบเสร็จกลับมาเคลียร์ ซึ่งสพฐ.เชื่อมั่นว่าครูทุกคนมีวินัย และหากมีใครคิดที่จะจ่ายเงินทอนครู ก็จะมีครูที่ไม่เห็นด้วยนำข้อมูลมาบอก สพฐ. ให้ตรวจสอบ แล้วหน่วยจัดนั้นก็จะถูกขึ้นบัญชีดำต่อไป
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 105