อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 ธันวาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

พระเมรุมาศคืบหน้าร้อยละ 99.5 สมพระเกียรติ

สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรพระเมรุมาศส่วนพระองค์นานกว่า 2 ชั่วโมง ด้านธนะศักดิ์ เผยภาพรวมพระเมรุมาศคืบหน้า 99.5%  สั่งการกรมศิลปากร เพิ่มไฟส่องสว่างสัตว์หิมพานต์สระอโนดาตให้เด่นชัดยามค่ำคืน  พร้อมซ้อมอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธาน 19 ต.ค.นี้  ขณะที่สมเด็จพระสังฆราช สวดพระพุทธมนต์ พร้อมวัดไทยทั่วโลก ถวายในหลวงร.9 เสด็จสวรรคตครบรอบ 1ปี ศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 เวลา 15.21 น.

วันนี้( 13 ต.ค.)  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปยังท้องสนามหลวงทอดพระเนตรความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร  นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะทีมวิศวกรที่ปรึกษาวิศวกรรมด้านโครงสร้างพระเมรุมาศ และท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประจำสำนักพระราชวัง พิเศษ 10  เฝ้าฯรับเสด็จ



ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งทรงธรรม ทรงรับฟังการถวายรายงานจากอธิบดีกรมศิลปากรถึงการจัดสร้างพระเมรุมาศ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสระอโนดาต ระบบไอน้ำ ระบบไฟฟ้าในสระอโนดาต จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ บันไดนาคสามเศียร บันไดนาคห้าเศียร เทพชุมนุมฐานไพทีนั่งราบ แล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรจิตรกรรมฉากบังเพลิงและการจัดสร้างพระจิตกาธาน  จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินลงจากพระเมรุมาศฝั่งทิศใต้ ก่อนเสด็จฯไปยังศาลาลูกขุน เพื่อรับฟังรายงาน  จากนั้นเสด็จทอดพระเนตรงานภูมิสถาปัตยกรรม การประดับไม้ดอกไม้ประดับภายในมณฑลพิธี เสด็จพระราชดำเนินไปยังแปลงนาคันนาเลข๙ ฝายแม้ว กังหันชัยพัฒนา หญ้าแฝก บริเวณทางเข้าพระเมรุมาศฝั่งทิศเหนือ ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับในเวลา 09.07 น. รวมเวลาในการเสด็จพระราชดำเนินกว่า 2 ชั่วโมง



พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า งานก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบภาพรวมขณะนี้คืบหน้าร้อยละ 99.5 และจะติดตั้งพระวิสูตรหรือผ้าม่านบุษบกองค์ประธานวันที่ 17 ต.ค. เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศในวันที่ 18 ต.ค. ฤกษ์ระหว่างเวลา 17.19 น.-21.30 น. จะถือว่าพระเมรุมาศเสร็จสมบูรณ์  ทั้งนี้กรมศิลปากร กำหนดซักซ้อมการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศอีกครั้งในวันที่ 17 ต.ค. เวลา 18.00 น. และซ้อมช่วงที่สองในช่วงค่ำ เพื่อเตรียมความพร้อมหากวันจริงมีการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรในเวลากลางคืนจะได้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งวันดังกล่าวฉัตรที่ใช้ซักซ้อมจะมี 9 ชั้น และน้ำหนักเท่าฉัตรจริง เพื่อทดสอบการต้านลม จะมีการล็อคน้ำหนักของรอก เพื่อให้รอกที่ใช้ในการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรประกอบพระราชพิธีอย่างสมบูรณ์ที่สุด ส่วนการซักซ้อมอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานกรมศิลปากรและสำนักพระราชวังกำหนดซ้อมย่อยวันที่ 19 ต.ค. ขณะที่การซ้อมริ้วขบวนที่ 3 ราชรถปืนใหญ่อัญเชิญพระบรมโกศเวียนอุตราวัฎรอบพระเมรุมาศนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พื้นลานพระราชพิธีมีความมั่นคงและแข็งแรงสามารถรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี



พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับงานภูมิสถาปัตยกรรม มีการประดับตกแต่งไม้ดอกไม้ประดับทั้งหมดแล้ว ภาพรวมความงามของต้นไม้ร้อยละ 65 และเมื่อถึงวันพระราชพิธีจะสมบูรณ์งดงาม  หากพบต้นไม้ต้นใดไม่แข็งแรงจะเปลี่ยนให้เรียบร้อย ส่วนสระอโนดาตขณะนี้แล้วเสร็จ แต่ใกล้วันพระราชพิธีจะนำประติมากรรมปลามาติดตั้งเพิ่มเติม รวมทั้งให้แนวทางกรมศิลปากรเพิ่มแสงไฟส่องสว่างให้แก่สัตว์หิมพานต์ เพื่อให้สามารถเห็นเผ่าพงศ์สัตว์ตระกูลสิงห์ ม้า โค ช้าง แต่ละชนิดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น   นอกจากนี้ ได้ให้แนวทางในการติดตั้งกังหันน้ำชัยพัฒนาเพิ่มอีก 1 ตัว จากเดิม 2 ตัว และมีเครื่องกลเติมอากาศ ส่วนแปลงนาข้าวที่ปลูกแต่ละระยะมีความงดงาม ขณะที่ระยะออกรวงจะชูรวงสีทองในช่วงพระราชพิธี ขณะที่ผักสวนครัวริมรั้วไม้ไผ่ได้ลงปลูกและดูแลให้เติบโตออกผลผลิตตามที่กำหนดไว้  นอกจากนี้ ได้ประสานงานกับกรุงเทพมหานครเพื่อให้ระบบระบายน้ำภายนอกมณฑลพิธีและภายในมณฑลพิธีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ท่วมขัง 



ในวันเดียวกัน ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีพิธีบำเพ็ญกุศลครอบรอบ 1 ปี วันสวรรคต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 06.30น.มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 50 รูป จากนั้นเวลา 07.00น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อมฺพรมหาเถร) เสด็จยังพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์ และมีพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ 50รูป ต่อมาเวลา 10.30น. สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์ 50 รูป ก่อนที่ในเวลา  18.30 น. จะมีพิธีสวดพระอภิธรรมถวายพระราชกุศล

ทั้งนี้การจัดพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ที่ประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) มีมติให้วัดไทยทั่วโลกจัดขึ้นตามเวลาที่เหมาะสม โดยให้วัดของเจ้าคณะจังหวัด และวัดของเจ้าคณะอำเภอ เป็นศูนย์กลางในการจัดพิธี อีกทั้งมส.ยังมีมติให้พระสงฆ์ที่ประกอบพิธีดังกล่าวสามารถใช้พัดยศได้เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติยศแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากโดยปกติแล้ว การใช้พัดยศนั้นจะต้องเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีเท่านั้น


 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 17