อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

สจล. เดินหน้าจัดตั้ง "มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล"

“สุชัชวีร์” เร่งเครื่องตั้งมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอลในไทย มั่นใจปี 61 เปิดรับนักศึกษาได้ โดยรับโท-เอก สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ส่วนต้นเดือนธ.ค.นี้ผู้บริหารม.คาร์เนกีเมลลอนบินไทยดูการจัดตั้งมหาวิทยาลัย อังคารที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.59 น.

วันนี้( 7 พ.ย.) ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน(Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐอเมริกา  มาจัดตั้งในประเทศไทย ภายใต้ชื่อมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) โดยร่วมกับสจล. ในการบริหารจัดการนั้น เมื่อเร็ว ๆนี้  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ และคณะผู้บริหาร สจล. ได้เดินทางไป มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน  เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เพื่อให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ทัน ในปีการศึกษา 2561 เป็นปีแรก โดยนำร่องเปิดสอนหลักสูตรสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ (Electrical and Computer Engineering) ในระดับปริญญาเอกและปริญญาโท และสาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (Software Engineering) ในระดับปริญญาโท จากนั้นจึงจะขยายหลักสูตรเพิ่มเติมในปีการศึกษาถัดไป


 ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อไปว่า  ในช่วงต้นเดือนธันวาคม  นี้ คณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน จะเดินทางมาประเทศไทย เพื่อร่วมหารือกับ สจล. พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการจัดสร้างมหาวิทยาลัย  ซึ่งในการมาครั้งนี้ทาง สจล.ก็จะให้ข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายละเอียดหลักสูตรและรูปแบบการบริหารจัดการอีกครั้ง นอกจากนี้ สจล. กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ยังมีความร่วมมือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาไทยด้วย ได้แก่ การจัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ (Collaborative Research) โดยโครงการวิจัยทุกโครงการจะใช้อาจารย์และนักวิจัยหลัก จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก มหาวิทยาลัยในประเทศไทย และภาคเอกชน ร่วมมือกันในลักษณะเป็นเครือข่ายนักวิจัยและถ่ายทอดความรู้ เพื่อสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีโอกาสต่อยอดทางธุรกิจขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย การแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะ (Faculty Exchange) การแลกเปลี่ยนบุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาบุคลากรไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานโลก พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลาง ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและบริษัทข้ามชาติ ในการเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) หรือการผลิตขั้นสูงในประเทศไทย



“สำหรับแผนความร่วมมือระยะยาว ได้วางเป้าหมายผลผลิตที่วงการศึกษาไทยและประเทศชาติจะได้รับ คือการผลิตนักศึกษาปริญญาเอก ไม่ต่ำกว่า 100 คน นักศึกษาปริญญาโท ไม่ต่ำกว่า 250 คน พร้อมยกระดับคุณภาพอาจารย์และนักวิจัยไทยให้มีมาตรฐานระดับโลก สร้างโครงการวิจัยเพื่อต่อยอดเป็นวัตกรรมหรือมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และสร้างแพลตฟอร์มและเครือข่ายให้อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบริษัทในประเทศไทย ได้เข้ามาเพิ่มพูนความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กับอาจารย์และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลก จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยยกระดับความรู้และทักษะแห่งโลกยุคใหม่ในทุกภาคส่วน ไม่เฉพาะด้านการศึกษาแต่ยังรวมไปถึงด้านการให้บริการและธุรกิจดิจิทัล ด้านโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง ด้านหุ่นยนต์สมองกลฝังตัวและการควบคุมจักรกลอัตโนมัติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาขาวิชาที่ สจล. มีความพร้อมในการพัฒนาก้าวสู่การเป็นผู้นำ” ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าว.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 16