อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"หมออุดม"แนะครูแนะแนวเปิดมุมมอง

รมช.ศึกษาธิการ ชี้ครูแนะแนวสำคัญต่อเด็กมาก แนะครูเปิดมุมมองกว้างทันโลกเปลี่ยนแปลง แย้มหลักสูตรพันธุ์ใหม่ เน้นการบูรการ ใช้ระบบทีแคสรอบ5 ศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 12.21 น.

วันนี้( 5 ม.ค.) ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายการศึกษาไทยยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 4.0” ในงานสัมมนาทางวิชาการครูและอาจารย์แนะแนวทั่วประเทศ  ว่า ครูแนะแนวมีความสำคัญมากแต่เราก็ขาดแคลนครูแนะแนวที่จะมาทำหน้าที่ในการแนะแนวให้เกิดประโยชน์กับเด็กจริง ๆ และจากประสบการณ์ของตนที่พบครูแนะแนวส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองได้ดีและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร  ซึ่งต่างจากครูแนะแนวในต่างประเทศที่จะทำหน้าที่ของตนเองได้ดี  ขณะที่สังคมและโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นครูแนะแนวจะต้องมีมุมมองที่เปิดกว้าง เห็นทิศทางของโลกในอนาคต และรู้ศักยภาพของนักเรียนแต่ละคนว่าควรจะก้าวไปในทิศทางใด อย่างไรก็ตามยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 จะสำเร็จได้ต้องอาศัยการศึกษา ซึ่งการศึกษาไทยจะต้องปรับปรุงตัวเองให้เป็นยุค 4.0 ด้วย โดยเฉพาะครูและอาจารย์ต้องเปลี่ยนวิธีการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม


ศ.นพ.อุดม กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้อยากให้ครูแนะแนวบอกต่อกับนักเรียนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยไทยในอนาคตคือ การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คณะวิชาต่างๆ จะเรียนแบบบูรณาการข้ามคณะ ซึ่งตนจะนำร่องใน 7 มหาวิทยาลัย เบื้องต้น ได้แก่ ม.เกษตรศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และมหาวิทยาลัยเอกชน อย่างละ 1 แห่ง โดยจะเริ่มทันปีการศึกษา 2561 เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  คาดว่าจะรับสมัครในระบบทีแคส รอบที่ 5 ซึ่งเปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยรับนิสิตนักศึกษาอย่างอิสระ  โดยเปิดสาขาที่กำลังเป็นความต้องการคือด้านวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งจะต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น หากสาขาวิชาชีพใด ที่อยู่ในความดูแลของสภาวิชาชีพ ตนก็จะหารือกับสภาวิชาชีพนั้น ทั้งนี้สภาวิชาชีพ มีความจำเป็นต้องปรับตัวและมองนโยบายของประเทศเป็นหลักด้วย

 ด้านดร.จงรัก  วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก. กล่าวว่า   ขณะนี้เด็กเรียนในห้องเรียนน้อยลง แต่ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น  ครูแนะแนวจึงมีความสำคัญที่จะต้องช่วยเสริมทักษะให้แก่เด็ก  พัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพ และแนะแนวเด็กให้ถูกต้อง เพราะเด็กจะต้องเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเราก็พยายามจะพัฒนาระบบการศึกษามากขึ้น แต่ผลการประเมินต่าง ๆออกมาว่าเด็กไทยไม่สามารถแข่งขันกับเด็กในหลายประเทศได้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยก็พยายามปรับตัวเช่นกัน  เช่น การปรับหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น มีการบูรณาการการเรียนการสอนในหลายหลักสูตรเข้ามาด้วย รวมทั้งสอนให้เด็กรักและช่วยเหลือสังคม

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 11