อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 มกราคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 มกราคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จี้รัฐปฎิรูปวันเด็ก -เลิกให้คำขวัญหลอกเด็ก

จี้รัฐปฎิรูปวันเด็กเน้นนโยบาย เลิกให้คำขวัญหลอกเด็กไปปีๆ ขณะที่ 3 คำยอดฮิตวันเด็ก “วินัยและการเรียน – ชาติ – คุณธรรม เผยวันเด็ก 11 ประเทศ ชูแก้ปัญหา-ดึงเด็กมีส่วนร่วม-รับฟังเด็ก พฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 เวลา 15.51 น.

วันนี้( 11 ม.ค.) ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และคณะครุศาสตร์ จุฬาฯจัดเสวนาหัวข้อ“ วันเด็ก....ขอนโยบายดีกว่าคำขวัญ”โดย ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัว กล่าวว่า งานวันเด็กของประเทศไทยเกิดขึ้น 61 ปี ส่วนใหญ่จะเน้นกิจกรรม การละเล่นที่แต่ละหน่วยงานจัดขึ้น และการให้คำขวัญวันเด็กจากทุกรัฐบาลถือเป็นขนบธรรมเนียมปฎิบัติสืบเนื่อง ที่สำคัญวันเด็กของไทยยังขาดความคมชัดด้านนโยบายเฉพาะ  แต่ทำให้ทุกเรื่องสำคัญหมด เด็กไม่ได้มีส่วนร่วมหรือเป็นเจ้าของโจทย์ในนโยบายที่เกี่ยวกับเด็กเลย ต้องปฏิรูปงานวันเด็กใหม่ ให้มีสาระแก่นสาร นโยบายทิศทางใหม่ที่มีคุณค่า ส่งเสริมให้เด็กมีส่วนร่วม  เอาเสียงเด็กที่สะท้อนมากำหนดเป็นนโยบายด้านเด็ก รวมถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส.ต้องมาพบปะกับเด็กบ่อยๆ  ไม่ใช่เจอแค่ปีละครั้ง มีกองทุนเพื่อกิจกรรมสร้างสรรค์ ให้เด็กเป็นเจ้าของโจทย์ปัญหาของเด็ก และเลิกธรรมเนียมนิยมเดิมๆ  ไม่ใช่มีแค่คำขวัญหลอกเด็กไปปีแล้วปีเล่า แต่ไม่เกิดผลในเชิงปฏิบัติอะไร ส่วน 6 คำที่ถูกใช้ซ้ำๆ อันดับ 1 วินัยและการเรียน 18 ครั้ง ตามด้วยชาติ 17 ครั้ง คุณธรรม 15 ครั้ง ขยัน 11 ครั้ง ประหยัด สามัคคี ซื่อสัตย์ 9 ครั้ง และประชาธิปไตย 4 ครั้ง ซึ่งสะท้อนสิ่งที่ผู้ใหญ่ในสังคมคาดหวังต่อเด็กทุกยุคสมัย



ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า
 ส่วนข้อมูลที่น่าสนใจกรณีวันเด็กใน 11 ประเทศพบว่า มีการจัดทำนโยบายที่สำคัญด้านเด็ก การเปิดโอกาสให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม และการรับฟังเสียงเด็ก โดยประเทศที่เด็กมีส่วนร่วมจัดกิจ กรรม เช่น อังกฤษ จัดตั้งกองทุนอิสระ #iwill เพื่อส่งเสริมให้เด็กเยาวชนอายุ 10-20 ปี เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม  โรมาเนีย เด็กมีส่วนร่วมลดความรุนแรงในโรงเรียนและพัฒนาคู่มือเล่นเกมสำหรับใช้จัดกิจกรรมในสถานศึกษา ฝรั่งเศส เน้นแก้ปัญหาเด็กติดมือถือ โดยออกเป็น กฎระเบียบ ก.ย. 2018” ห้ามนักเรียนชั้นประถมและมัธยมต้นใช้มือถือในโรงเรียน เพื่อลดปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าว สมาธิสั้น ไม่ออกกำลังกาย ไอซ์แลนด์ แก้ปัญหาวัยรุ่นเป็นนักดื่มหนักที่สุดในยุโรป โดยโครงการ Youth in Iceland สามารถทำให้สถิติวัยรุ่นดื่มสุรา บุหรี่ และยาเสพติดลดลงอย่างชัดเจนผ่านการส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์


ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า   ลัตเวีย พยายามลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของชาวโรมาชนกลุ่มน้อยผ่านโครงการฝึกครูผู้ช่วยชาวโรมา เพื่อส่งเสริมให้เด็กโรมาเรียนร่วมกับนักเรียนคนอื่น และพัฒนาชาวโรมาให้เป็นครูผู้ช่วยเพื่อดึงเยาวชนเข้าสู่ระบบการศึกษา  สหรัฐอเมริกา เน้นการแก้ปัญหายาเสพติด เพศ และการฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กเยาวชน จึงทำโครงการ Let’s Talk รณรงค์การพูดคุยในครอบครัวเชิงบวก ฟินแลนด์ มีพ.ร.บ.สวัสดิการเด็ก เพื่อปฏิรูปการดูแลเด็กทั่วประเทศ ทั้งสิทธิการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของเด็ก เงินสนับสนุนเด็กและครอบครัว และกิจกรรมสร้างสรรค์ ออสเตรเลีย ออกกฎหมายและตั้งคณะกรรมการอิสระ รักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กบนโลกออนไลน์ พร้อมกับมีบริการสายด่วนให้คำปรึกษาเด็กเยาวชนเพื่อป้องกันความรุนแรงบนโลกไอที    ส่วนประเทศที่รับฟังเสียงเด็ก เช่น สวีเดน มีการสำรวจความคิดเห็นเด็ก 12-16 ปีทั่วประเทศ ในโครงการ Young Voices  เพื่อนำไปสื่อสารกับผู้กำหนดนโยบายจากเสียงของเด็กเยาวชน เยอรมนี ใช้โอกาสวันเด็กรณรงค์เรื่องสิทธิเด็ก เช่นปี 2017 ใช้ชื่อ Give children a voice เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสภาในการกำหนดนโยบาย แคนาดา มี “วันพา ส.ส. ไปโรงเรียน” เป็นกิจกรรมประจำวันเด็กแคนาดา โดยส.ส. จะต้องเยี่ยมโรงเรียนในพื้นที่ตนเอง 1 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ส.ส.และนักเรียนได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้จักกันและกัน


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 8