อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

วธ.ผุดหลักสูตรอาชีพวัฒนธรรมสู่สถานพินิจ

“วีระ” เร่งรัดวธ.เบิกจ่ายงบประมาณปี 2561 เน้นย้ำทุกกรุมรวมความรู้ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม เป็นมรดกของแผ่นดิน พร้อมทำหลักสูตรอาชีพวัฒนธรรมสู่สถานพินิจ หวังสร้างอาชีพทางเลือกให้แก่เด็กและเยาวชน อังคารที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 16.26 น.


วันนี้(13 มี.ค.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ครั้งที่ 2/2561 ได้มีการรายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ไตรมาส 2 (ม.ค. – มี.ค.) ณ วันที่ 19 ก.พ. ในโดยภาพรวม ของ วธ. อยู่ที่ร้อยละ 30.53 ขณะที่งบลงทุนอยู่ที่ร้อยละ  20.15 ทั้งนี้ตนจึงกำชับให้แต่ละกรมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบฯ และก่อหนี้ผูกพันงบลงทุนภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักงบประมาณกำหนดกรอบเวลาไว้  นอกจากนี้ ที่ประชุมกำชับให้แต่ละกรมไปรวบรวมองค์ความรู้ด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรมในทุกสาขาที่เป็นมรดกของแผ่นดินและจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่สู่สังคมไทยในปีนี้ และมอบหมายให้กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) รวบรวมข้อมูลเรื่องการส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไทย รายได้จากผ้าไทย และโรงเรียนที่ส่งเสริมการแต่งกายด้วยผ้าไทย รวมถึงจัดทำแผนงานเพื่อส่งเสริมในเรื่องนี้ด้วย



นายวีระ กล่าวต่อไปว่า  สวธ.ได้รายงานความคืบหน้าการส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนไทยสามารถเล่นดนตรีไทย หรือดนตรีสากลได้อย่างน้อย 1 ชิ้น หรือแสดงนาฏศิลป์ได้ตามข้อสั่งการของดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี โดยขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับสภาพและแนวทางในการจัดการทรัพยากรดนตรีศึกษาในสถานศึกษาของประเทศไทย อาทิ จำนวนครูผู้สอนและเครื่องดนตรี จำนวนบริษัทผู้ผลิตและร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีสากล เป็นต้น ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้สวธ.เพิ่มเติมประเด็นการวิจัย โดยให้สำรวจสถานศึกษาที่เปิดสอนด้านดนตรีไทย ดนตรีสากลและศิลปวัฒนธรรมทั้งในระบบและนอกระบบการศึกษา และระหว่างนี้ สวธ.ให้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมคู่ขนานกัน อาทิ อบรมพัฒนาครูผู้สอนดนตรีไทยในภาคต่างๆ การคัดเลือกเยาวชนต้นแบบดนตรีไทย การจัดให้มีโรงเรียนนำร่องสอนดนตรีไทย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น พร้อมกันนี้ให้ศึกษาแนวทางการให้รางวัลแก่ศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงในการแข่งขันทางศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติเช่นเดียวกับนักกีฬาทีมชาติไทย

“ที่ประชุมยังกำชับให้สวธ.ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์(สบศ.) และกรมศิลปากร(ศก.) เร่งจัดทำหลักสูตรและส่งบุคลากรไปสอนอาชีพด้านศิลปวัฒนธรรม อาทิ การแสดงโขน นาฏศิลป์ ร้องเพลงให้เยาวชนในสถานพินิจใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่นและสงขลา โดยจะนำร่องในดำเนินการในสถานพินิจ จังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 1 แห่ง  รวมถึงให้กรมศิลปากรและ สบศ.บูรณาการความร่วมมือกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ดำเนินโครงการส่งเสริมให้มีห้องสมุดภายในสถานพินิจทั่วประเทศอีกด้วย” รมว.วัฒนธรรม กล่าว  
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 7