อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

กอปศ.คลี่ปัญหาอาชีวศึกษาไทย

กรรมการอิสระฯ คลี่ปัญหาการจัดการอาชีวศึกษาไทย พบ 6 ปัจจัยทำให้การอาชีวะไปไม่ถึงฝั่งฝัน เร่งทำข้อเสนอระยะสั้น-ระยะยาวใส่มือรัฐบาล พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 12.44 น.

ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านอาชีวศึกษา ในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กอปศ. เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การจัดการอาชีวศึกษา ซึ่งประเทศไทยมีความต้องการคนจบอาชีวะจำนวนมาก แต่มีผู้เรียนอาชีวะ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)  และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ประมาณ 7 แสนกว่าคนเท่านั้น อยู่ในการดูแลของสถานศึกษารัฐ 70 % เอกชน 30 % อีกทั้งปัจจุบันมีสัดส่วนผู้เรียนสายสามัญ  67 % เรียนอาชีวะ 33 % ซึ่งการเพิ่มสัดส่วนไปให้ถึง 50 % ให้เท่ากันนั้นคงอีกไกล หากไม่แก้ไขปัญหาของอาชีวะที่มีปัญหาใหญ่ๆอยู่หลายประเด็น

ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาใหญ่ๆด้านการจัดการอาชีวศึกษา คือ 1.การขาดแคลนครูอย่างต่อเนื่อง  ครูไม่เก่งในเชิงปฏิบัติจึงไม่สามารถสอนเด็กให้เก่งในเชิงปฏิบัติได้ 2.หลักสูตร ไม่ตรงและไม่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ประกอบการ  3.ขาดแคลนวัสดุและครุภัณฑ์ที่ทันสมัย 4.การจัดการศึกษาทวิภาคี รู้ว่าดีแต่ก็มีผู้เรียนในระบบทวิภาคีเพียง 14%จากผู้เรียนอาชีวะทั้งหมด ขาดแรงจูงใจให้สถานประกอบการเข้าร่วม 5.ผลิตบุคลากรได้ไม่ตรงความต้องการของตลลาดแรงงาน และ 6.การบริหารจัดการอาชีวศึกษา ยังขาดกระบวนการสร้างคนและสร้างเทคโนโลยีควบคู่กันไปอย่างครบวงจร ไม่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนการจัดการศึกษาอาชีวะเอกชนที่ชัดเจน และภาพลักษณ์นักเรียนอาชีวศึกษาไม่ดี

“ กอปศ.จะมีข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปการจัดการอาชีวศึกษา ต่อรัฐบาล โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้นที่สามารถทำได้ทันที และมาตรการระยะยาว  ซึ่งขณะนี้หลักๆผมว่าควรให้ภาคเอกชน ผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทั้งครู เครื่องมือ และหลักสูตร สนับสนุนให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนมีศักดิ์ศรีเหมือนกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐ ควรมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอาชีวศึกษาจริงๆ ถ้าไม่เก่งปฏิบัติก็ไม่ควรมาเป็นครูอาชีวะ และควรมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมแห่งชาติ หรือ National Training Center เพื่อพัฒนาทักษะนักเรียนและครู เป็นต้น”ดร.อนุสรณ์ กล่าว.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 192