อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561

19ข้าราชการสพฐ.โดยให้ออกไว้ก่อนเซ่นมาตรการคสช.

"สพฐ."ประเดิมใช้อำนาจตามมาตรการ คสช.ให้ข้าราชการออกไว้ก่อน 19 รายระหว่างสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกรณีทุจริต อังคารที่ 17 เมษายน 2561 เวลา 17.04 น.

วันนี้(17เม.ย.)ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้รายงานให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) ทราบ เรื่องการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบทุจริตในระบบราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ว่า ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องถูกดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวทั้งสิ้น 31 ราย แบ่งเป็น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 5 ราย โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน 1 ราย ให้ออกจากพื้นที่ 3 ราย ให้มาประจำส่วนราชการ 1 ราย ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสพท. 5 ราย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 2 ราย และให้ออกจากพื้นที่ 3 ราย ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา 14 ราย ให้ออกจากราชการไว้ก่อนทั้งหมด ตำแหน่งครู 1 ราย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษา 5 ราย ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 1 รายและให้ออกจากพื้นที่ 4 ราย  ทั้งนี้ในส่วนที่เป็นอำนาจของเลขาธิการ กพฐ.ในการลงนามในคำสั่ง คือ ตำแหน่งผู้อำนวยการ สพท. รองผู้อำนวยการ สพท. นั้น ตนได้ลงนามแล้วเรียบร้อย ส่วนที่เหลือจะส่งให้นายการุณ  สกุลประดิษฐ์  ปลัดศธ. แจ้งให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการลงนามต่อไป 

“การใช้มาตรการ ของคสช.ครั้งนี้ ถือเป็นการล้างท่อ กรณีให้ออกจากราชการไว้ก่อน คือ มีคำสั่งศาลว่ากระทำความผิดจริง หรือคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง สรุปโทษเพื่อเสนอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบให้ลงโทษแล้ว ส่วนการให้ย้ายออกจากพื้นที่ คือ ผ่านการสืบสวนแล้ว อ มีข้อมูลชัดเจนว่า มีแนวโน้มที่จะกระทำผิดจริง จึงให้ย้ายออกจากพื้นที่ไว้ก่อน และอยู่ระหว่างสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแต่ยังไม่สรุปผล ยืนยันว่า ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง เพราะมีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบทุจริตในระบบราชการของคสช. ของสพฐ. ซึ่งมีเลขาธิการกพฐ. เป็นประธานขึ้นมาพิจารณาโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คนที่ถูกใช้คำสั่งตามมาตรการ คสช.ครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ กับ ทำผิดระเบียบพัสดุและระเบียบการเงินการคลัง จนทำให้ราชการได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง โดยทั้ง 31 รายนี้เป็นอำนาจการพิจารณาของสพฐ. สำหรับส่วนในพื้นที่ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากสพท.และเตรียมจะนัดประชุมกับศธจ. เพื่อดำเนินการตามาตรการดังกล่าว”เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 93