อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

เจอสารพัดรอยรั่วทุจริตกองทุนเสมา

ประธานสืบสวนทุจริตกองทุนเสมาฯ เผยเจอรอยรั่ววิธีการโกงเงินเสมาทั้งกระบวนการ ทำเอกสารปลอม หนังสือราชการปลอมเกินครึ่ง ออกปากเสียดายมีสัญญาณเตือน 2 คร้ง แต่ไม่มีใครสนใจ พฤหัสบดีที่ 19 เมษายน 2561 เวลา 15.29 น.

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหาร ศธ. ว่า นายอรรถพล  ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ได้รายงานความคืบหน้าการสืบสวนว่า ขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้ามากโดยเห็นขั้นตอนต่าง ๆ ว่า รั่วไหลตรงส่วนใด กระบวนการผิดพลาดตรงไหน ทั้งขั้นการจ่ายเงิน การรับเงินที่ไม่มีใบเสร็จ การเสนออนุมัติ การประชุม และการที่คนคนเดียวสามารถปลอมแปลงเอกสารได้ โดยจะนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาประมวลใช้ในการแก้ปัญหากับกองทุนอื่น ๆ ด้วย ส่วนกรณีการสืบสวนข้อเท็จจริงการเช่าสัญญาณอินเตอร์เน็ตระบบ MoeNet ของ ศธ. และการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างโครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ว่า ไม่ได้ไปตั้งหน้าตั้งตาปรักปรำใคร การดำเนินการเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งในที่ประชุมผู้บริหารศธ. ตนได้ชี้แจงให้ข้าราชการศธ.เข้าใจ ว่าไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิด ส่วนคนที่ยังก้ำกึ่ง ว่า ทำความผิดหรือไม่ ก็มีกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งบางเรื่องจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า ส่วนใครจะมีชื่อเกี่ยวข้องบ้างนั้น ตนไม่อยากพูดถึง เพราะการเปิดเผยรายชื่อจะทำให้มีการตีความ และเป็นการปรักปรำไปก่อน

ด้าน นายอรรถพล กล่าวว่า ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบความก้าวหน้าการสืบสวนทุจริตกองทุนเสมาฯ โดยข้อมูลถึงวันที่ 18 เม.ย.พบว่า มีการโอนเงินกองทุนฯ ตั้งแต่ปี 2548-ปัจจุบันให้โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 41 แห่ง 447 รายการโอน เป็นเงิน 70,372,423 บาท วิทยาลัยพยาบาล 26 แห่ง 130 รายการโอน เป็นเงิน 56,465,270 บาท สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) 3 แห่ง 3 รายการโอน เป็นเงิน 7,587,602 บาท และโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง 39  ราย  349 รายการโอน เป็นเงิน 79,687,602 บาท โอนเข้าบัญชีอื่น ซึ่งไม่รู้ว่าของใครและ ปิดบัญชีแล้ว 68 บัญชี  119 รายการ เป็นเงิน 16,147,261  บาท รวมรายการโอนทั้งสิ้น 1,048 รายการโอน เป็นเงิน 230,251,144 บาท


นายอรรถพล กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ข้อมูลมีความคืบหน้าไปมาก เราค้นพบแล้วว่า มีจุดรั่วตรงไหน โดยทางคณะกรรมการสืบสวนฯ จะพยายามเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนเมษายน  เพราะยังรอข้อมูลบางส่วน ทั้งคำชี้แจงจากผู้บริหารระดับสูง ซึ่งกำหนดส่งวันที่ 25 เม.ย. ข้อมูลการตรวจสอบตัวเลขที่แท้จริงจากศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) 12 แห่ง  เอกสารอนุมัติเบิกเงินกองทุนฯ ปี 2553 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  ผู้การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องจาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ผลการตรวจสอบชื่อเจ้าของบัญชีที่ปิดบัญชีแล้ว และสเตทเมนท์ของสถานศึกษาและผู้รับทุน จากธนาคารกรุงไทย สำนักงานใหญ่ เพราะจากการตรวจสอบ พบว่า มีการปลอมแปลงเอกสาร ซึ่งสังเกตได้ว่า ถ้าเป็นการโอนจากสำนักงานปลัด ศธ. จะมีชื่อภาษาไทยขึ้นในสเตทเมนท์ ว่าโอนจากสำนักงานปลัดศธ. แต่กรณีที่โอนจากบัญชีอื่น ซึ่งไม่รู้ว่าบัญชีใคร ซึ่งมีปริมาณการโอนค่อนข้างมาก จึงมั่นใจว่าถ้าได้สเตทเมนท์แล้ว จะสามารถขยายผลโดยใช้เลขที่บัญชีนำสืบต่อได้ เมื่อถึงตอนนั้น อาจจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ยังรอสำเนาหนังสือราชการ ที่แจ้งไปยังสถานศึกษา ว่ามีการโอนเงินแล้ว เพราะพบว่า มีการปลอมแปลงหนังสือราชการ  ซึ่งช่วงแรกจะเป็นหนังสือจริง  แต่ในปี 2551 เริ่มมีการปลอมแปลงหนังสือราชการ พบว่าเกินครึ่งเป็นหนังสือปลอม ที่ลงนามโดยผู้ไม่มีอำนาจ หรือบางครั้งใช้เลขที่หนังสือที่เชิญให้จัดนิทรรศการ  มาเป็นหนังสือแจ้งการโอนเงิน ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีการโอนเงินจริง แต่เป็นการโอนจากเลขที่บัญชีอื่น ไม่ใช่บัญชีของสำนักงานปลัดศธ.  และอีกรอยรั่วหนึ่ง คือกรณีที่สถานศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงิน เมื่อมีการโอนเงินเข้าบัญชีสถานศึกษา

ประธานคณะกรรมการสืบสวนฯ กล่าวด้วยว่า  เรื่องนี้มีสัญญาเตือนมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อปี 2550 ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือให้ศธ. ชี้แจง แต่พบว่า ในปีดังกล่าวไม่มีการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯ และมาประชุมในปี 2551 ซึ่งที่ประชุมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญที่ลงไปตรวจสอบเรื่องนี้ ต่อมาในปี 2557  ป.ป.ท. มีหนังสือถึงศธ. ให้ตรวจสอบเนื่องจาก ป.ป.ท.ได้รับการร้องเรียนจากสถานศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ว่ายังไม่ได้รับเงิน ของปี 2554 และ2555 แต่ก็ถูกละเลย ไม่ได้มีการตรวจสอบในเชิงลึก เพียงแต่ให้เจ้าของเรื่องชี้แจง ซึ่งก็ชี้แจงว่า ได้จ่ายเงินไปแล้วเมื่อปี 2556 ซึ่งตนรู้สึกว่า เสียดายโอกาส ทำไมครั้งนั้น จึงไม่มีใครตั้งข้อสังเกตว่า การค้างจ่ายตั้งแต่ปี 2554  แล้วมาจ่ายในปี 2556 เป็นเพราะอะไร และเมื่อตนเข้าไปสืบสวนก็พบว่า เอกสารที่แนบมาชี้แจงก็เป็นเอกสารปลอม


“ตัวเลขความเสียหายล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 41,861,181 บาท จากเดิม อยู่ที่ 96,380,863 บาท  เหตุที่ยอดเสียหายลดลง เพราะ มีการหมุนเงินระหว่างโรงเรียน  เช่น ต้องโอนเข้าบัญชีวิทยาลัยพยาบาล แต่ไปโอนเข้าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เป็นต้น โดยวิทยาลัยพยาบาล ยืนยันแล้ว 14 แห่ง ว่าขาดเงิน จำนวน 9,810,000 บาท  รับเงินเกิน 60,000 บาท  รอข้อมูลอีก 12 แห่ง ซึ่งประมาณการว่า ขาดเงินอีก 20,774,000 บาท รวมแล้วคาดการณ์ว่า จะต้องหาเงินให้กับวิทยาลัยพยาบาล  30,414,000บาท สพฐ. ยืนยันแล้ว 26 จังหวัด ขาดเงิน  8,989,160 บาท รับเงินเกิน 2,114,633 บาท รอยืนยันข้อมูลอีก 18 โรงเรียน ซึ่งข้อมูลเดิม 18 โรงเรียนนี้ขาดเงิน 4,572,655 บาท รวมแล้วเฉพาะโรงเรียนสพฐ. คาดว่าจะขาดเงิน 11,447,181 บาท “นายอรรถพลกล่าวและว่า ทั้งนี้เท่าที่ดูจากการสืบสวนฯที่ผ่านมา คิดว่า นางรจนา สินที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ระดับ 8 ศธ. ยังเป็นเจ้าภาพหลักในการโกง  ส่วนคนอื่น ๆ เป็นผู้ช่วย แต่ก็ยังต้องรอข้อมูลประกอบการพิจารณาจากปปง. และป.ป.ท.ซึ่งสามารถสอบเชิงลึกได้มากกว่า
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 51