อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

สคช.เดินหน้าพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพในประเทศ

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพปรับโฉมรองรับการพัฒนาสมรรถนะกำลังคน ตอบโจทย์ประเทศไทย 4.0 พฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.15 น.

วันนี้(24 พ.ค.)ที่อิมแพค เมืองทองธานี  พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช.  "TPQI Day - พลิกโฉม สคช.ประเทศไทยก้าวไกล คนไทยมืออาชีพ" พร้อมปาฐกถาเรื่อง“คุณวุฒิวิชาชีพกับการพัฒนากำลังคนสู่ประเทศไทย 4.0” ว่า กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายธุรกิจ การติดต่อการค้ามีพลังมากขึ้นทำให้เกิดการแข่งขัน  เมื่อมีการแข่งขันก็จำเป็นต้องสร้างจุดแข็งให้สามารถก้าวสู่การแข่งขันในกับกลุ่มประเทศอาเซียน และในระดับสากล พร้อมต้องค้นหาจุดอ่อนและเร่งแก้ไขโดยเฉพาะเรื่องสมรรถนะอาชีพ ความรู้ความสามารถทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งคนไทยมีหลากหลายอาชีพการพัฒนาจะต้องทำควบคู่ทั้งด้านวิชาการและการพัฒนาคุณวุฒิวิชาชีพ

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาประเทศตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ต้องพัฒนากำลังคนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC โดยเฉพาะผู้จบสายอาชีพ ซึ่งพบว่ามีทักษะอาชีพที่ตรงความต้องการ 6 ล้านคน หรือ 25% ของผู้เรียนสายอาชีพ ส่วนที่เหลือไม่ใช่ทำงานไม่ได้ แต่ยังอยู่ระดับกลางๆ ขณะที่ประเทศมีความต้องการแรงงานทักษะอาชีพขั้นสูง  20-30 ล้านคน ซึ่งในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปีกำหนดไว้ว่า ภายในปี 2565 ต้องสร้างแรงงานทักษะอาชีพขั้นสูงได้อย่างน้อย 12 ล้านคน เพื่อเติมเต็มในทุกอุตสาหกรรมของประเทศ และรองรับความต้องการและการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเวลานี้ก็มีหลายหน่วยงานมาร่วมอบรมพัฒนา ทั้งสถานประกอบการ มหาวิทยาลัย โดยมี คสช.เป็นแกนนำในการประเมินสมรรถนะ อาชีพ

       
ด้าน นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการ สคช. กล่าวว่า สคช.เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาคนให้เป็นมืออาชีพ และยกระดับอาชีพในประเทศไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล ในระยะเวลา 6 ปีมีผู้เข้ารับการประเมินและทดสอบสมรรถนะอาชีพ 45,000 คน สำหรับปี 2561 สคช. มีแผนจะประเมินและทดสอบสมรรถนะอาชีพให้ได้ 20,000 คนเป็นอย่างน้อย และประเมินสมรรถนะด้านดิจิทัล 10,000 คน รวมทั้งสิ้น 30,000 คน และภายในปี 2564 ตั้งเป้ายกระดับสมรรถนะกำลังคนอย่างน้อย 310,000 คน  สำหรับในปีนี้ สคช.มุ่งเน้นยกระดับมาตรฐานอาชีพบุคลากรในกลุ่มสาขาอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งพื้นที่  EEC ในสาขาโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน ,โลจิสติกส์บริการ ,หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ,ดิจิทัล ,อาหารและเกษตร,ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์และพลังงานทดแทน และ แม่พิมพ์และผลิตภัณฑ์ยางพารา รวมถึงจะส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำมาตรฐานอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพสูง เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ การท่องเที่ยวอัจฉริยะ การแปรรูปอาหาร และการแพทย์ครบวงจร เป็นต้น

“การทำงานของ สคช.เน้นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสมรรถนะกำลังคน เพื่อตอบโจทย์การขับเคลื่อนประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยร่วมมือกับภาคการศึกษา มหาวิทยาลัยที่เข้ามาร่วมเป็นศูนย์ประเมินและทดสอบสมรรถนะอาชีพ โอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ก้าวสู่ปี 6 ตั้งเป้าหมาย  “พลิกโฉม ตอบโจทย์คนไทยมืออาชีพ” ด้วยการเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น การเรียนรู้โดยผ่านระบบ  E - Training การใช้ Mobile Application เพื่อสืบค้นเกี่ยวกับมาตรฐานอาชีพ  การจัดทำ QR CODE ในทุกๆ อาชีพ เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูล”นายพิสิฐ กล่าวและว่า ปัจจุบัน สคช.ได้พัฒนามาตรฐานอาชีพใน 8 สาขาอาชีพ คือ อาชีพช่างซ่อมอากาศยาน สาขาอาชีพด้าน  โลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน สาขาอาชีพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาชาวิชาชีพหุ่นยนตร์และระบบอัตโนมัติ สาขาอาชีพไอซีที (ICT) และดิจิทัลคอนเท้นต์ สาขาอาชีพอาหารและเกษตร สาขาอาชีพปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ พลังงานและพลังงานทดแทน และสาขาอาชีพแม่พิมพ์ โดยสามารถจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพแล้วเสร็จ  55 สาขาวิชาชีพ จากเป้า 72 สาขา และพร้อมให้การประเมินสมรรถนะ 47 สาขาตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 38