อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

ข้อเสนอการปฏิรูปครูและอาจารย์ 

ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา เสนอ แนวทางปฏิรูปครูและอาจารย์ เพื่อนำไปสู่คุณภาพผู้เรียน จันทร์ที่ 25 มิถุนายน 2561 เวลา 11.58 น.

ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงการปฏิรูปการศึกษาว่า มีความสำคัญอย่างสูงสุดที่จะนำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศสู่ความสำเร็จ  ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การปฏิรูปการศึกษานำไปสู่การแก้ปัญหาชาติและการพัฒนาในทุกมิติได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิรูปครูจะเป็นคานงัดสำคัญของการปฏิรูปการศึกษาทั้งมวล ครูที่มีคุณภาพจะนำไปสู่คุณภาพผู้เรียนนั่นคือครูเก่งสามารถสอนให้เด็กเก่งได้ ครูคุณภาพหรือครูเก่ง หมายถึงครูที่มีสมรรถนะสูงทั้งด้านความรู้ความสามารถทักษะหรือเทคนิควิธีสอนและมีจิตวิญญาณความเป็นครู มีคุณธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครูและอาจารย์โดยมีข้อเสนอการปฏิรูปครูและอาจารย์ เพื่อ“ยกระดับคุณภาพครูและอาจารย์สู่คุณภาพผู้เรียน” ด้วยการปฏิรูประบบการผลิตครู ว่าควรดำเนินการโดยจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการผลิตครู ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการ จัดทำฐานข้อมูลครู (Big data) และพื้นที่ปฏิบัติงานของครู (Teacher mapping) และพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสถาบันผลิตครู เพื่อการผลิตและพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานอาจารย์ให้ความสำคัญกับระบบการนิเทศนักศึกษาเป็นผู้นำในการสร้างเครือข่ายชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง (CPD)  

ปฏิรูประบบการบริหารงานบุคคล โดยการปรับปรุง พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปรับองค์ประกอบและบทบาท กคศ. ใช้การสรรหาแทนการเลือกตั้งผู้แทนครู ปรับระบบการเลื่อนวิทยฐานะ และจัดทำฐานข้อมูลครูด้วยระบบดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลการพัฒนาครูและข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคล

ปฏิรูประบบการใช้และการพัฒนาครู ระบบการใช้ครู ปรับวิธีการสอบบรรจุ โดยเน้นหลักการกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปยังพื้นที่ที่ต้องการใช้ครู เพื่อให้ได้ครูตรงตามความต้องการ จัดให้มีระบบความก้าวหน้าและความดีความชอบรวมถึงการยกย่องเชิดชูเกียรติที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและผลลัพธ์ของการพัฒนาผู้เรียน ระบบการพัฒนาครู กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบกำหนดนโยบายการพัฒนาครูให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ และมาตรฐานตำแหน่ง โดยยึดหลักการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง (Continuous Professional Development : CPD) และสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)

การปฏิรูปองค์กรวิชาชีพและการคัดกรองครูเข้าสู่วิชาชีพทางการศึกษา ปรับองค์ประกอบและที่มาของกรรมการคุรุสภา  เปลี่ยนจากระบบการเลือกตั้งเป็นระบบการสรรหา ให้กรรมการคุรุสภาเป็นคณะกรรมการนโยบาย (Policy) โดยรวมบทบาทของคณะกรรมการ สกสค.และให้มีคณะกรรมการมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพและคณะกรรมการสวัสดิการครู มีสถานะเป็นกรรมการกำกับควบคุม (Regulator) รวมสำนักงาน สกสค. เข้ากับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล แยกองค์การค้าของคุรุสภาออกจากพระราชบัญญัติสภาครูฯ ไปเป็นหน่วยงานพิเศษการปฏิรูปองค์กรวิชาชีพ (คุรุสภา) ปรับระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ด้วยระบบดิจิทัล ใช้ระบบ e-service บริการผ่านสมาร์ทโฟน (Application) หรือ KSP School ปรับปรุงมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ โดยปรับมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาและพัฒนามาตรฐานครูอาเซียนมีการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพ โดยคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ จัดเวทีแลกเปลี่ยนวิชาการผ่านสมาร์ทโฟน (Application) ขยายเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพสู่อาเซียนและนานาชาติ พัฒนาระบบสวัสดิการและสวัสดิภาพครู โดยการจัดระเบียบดำเนินงาน ชพค/ชพส. ผ่านระบบดิจิทัลในรูปแบบการบริการทางอิเลคโทรนิค (E-Service)
จากข้อเสนอดังกล่าวจะสำเร็จได้โดยการเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พิจารณาวิเคราะห์ทบทวนสภาพปัจจุบันและจัดทำร่างกฎหมาย การศึกษาแห่งชาติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องครูและอาจารย์และแผนการปฏิรูปการศึกษาที่มีสาระตามที่เสนอดังกล่าว จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้สำเร็จตามเป้าหมายได้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 135