อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

ถก แก้กฎหมาย ก.ค.ศ.โละงานบริหารบุคคลให้ต้นสังกัด

บอร์ด ก.ค.ศ.ถก แก้กฎหมาย พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เตรียมโละงานบริหารบุคคลให้ต้นสังกัดดำเนินการ ชี้ อนาคต ก.ค.ศ.ทำหน้าที่แค่กำกับนโยบายเท่านั้น จันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 16.07 น.

วันนี้ (16 ก.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงหลักเกณฑ์และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย โดยให้เปิดรับสมัครสอบครูผู้ช่วยทั่วไปประจำปี 2561 ในประเด็นการประกาศรายชื่อสาขาวิชาที่ขาดแคลน โดยก่อนหน้าที่ก.ค.ศ.ได้อนุมัติจำนวนสาขาขาดแคลนไปแล้ว จำนวน 42 สาขา  ซึ่งพบปัญหากรณีตกหล่นสาขาวิชาขาดแคลน 1 วิชาของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) นครสวรรค์   โดยที่ประชุมไม่ได้มีมติแก้ไขอะไร แต่ให้ใช้วิธีเชิงบริหารจัดการ  เพราะยังไม่ได้รับสมัคร ซึ่ง กศจ.ไหนที่ประกาศไม่ทันก็ให้ประกาศใหม่ตามจำนวนที่ขอมา และเท่าที่ทราบขณะนี้มีตกหล่นแค่เพียงจังหวัดเดียว ทั้งนี้เข้าใจว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กับ กศจ. อาจจะมีความเคลื่อนของข้อมูล เช่น สพฐ.รายงานจำนวนสาขาขาดแคลนมาอีกตัวเลข แต่ กศจ.ประกาศอีกตัวเลขหนึ่ง เป็นต้น

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการปรับแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์กับปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมาเรามีคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในมาตรา 44 เข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆทั้งเรื่องความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น เช่น การโยกย้าย การทุจริต เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเรามีกฎหมายจริง คือ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547  อยู่แล้วก็ต้องมาแก้ไข อีกทั้ง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวก็ใช้มานานกว่า 15 ปีด้วย  สำหรับการปรับแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเบื้องต้นจะเป็นเรื่องการบริหารงานบุคคล เช่น หากสพฐ.ต้องการจะอนุมัติย้ายครู หรือ ต้องการบรรจุครูในโรงเรียนต่างๆกี่คน ต่อไปอำนาจเหล่านี้จะไปอยู่ที่ต้นสังกัดแทนที่จะนำเข้า ก.ค.ศ.เป็นผู้พิจาณาอนุมัติ เป็นต้น ส่วนการลงโทษทางวินัยตนยังไม่ขอลงรายละเอียดมากขอให้คณะทำงานไปจัดทำก่อน  โดยต่อจากนี้ ก.ค.ศ.จะทำหน้าที่เป็นหน่วยกำกับเชิงนโยบายเท่านั้น ทั้งนี้การปรับแก้ พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่ระหว่างการจัดทำประชาพิจารณ์หลังจากนั้นจะให้คณะกรรมการอิสระเพื่อปฎิรูปการศึกษา (กอปศ.) พิจาณาอีกครั้ง ก่อนนำเข้าให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบภายในเดือนกันยายนนี้
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 171