อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

คุยเรื่องหนี้ กยศ.กับ "ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์"

ไขปัญหาหนี้ กับ"ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์” ผู้จัดการกยศ. ชี้ทางออกลูกหนี้ พร้อมโปรโมชั่น โดนๆเร็วนี้ ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 11.32 น.


5 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ซึ่งผู้กู้รุ่นพี่ที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องนำเงินมาคืนกองทุน ฯ เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้อง จากข้อมูลของ กยศ. ล่าสุด วันที่ 30 เม.ย.2561 พบว่า มีผู้กู้ยืม กยศ.ทั่วประเทศ 5.4 ล้านราย เป็นเงิน 5.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาหรืออยู่ในช่วงปลอดหนี้ 1 ล้านราย ผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้หมดแล้ว 8 แสนราย ผู้กู้ยืมที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ 5 หมื่นราย ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านรายเป็นเงิน 4 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังไม่ถูกดำเนินดคี 1.2 ล้านรายเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท และกลุ่มผิดนัดที่ถูกดำเนินคดีประมาณ 1 ล้านรายเป็นเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการทวงหนี้ของ กยศ.ที่อาจจะยังไม่ดีพอ จึงทำให้มีผู้กู้กล้าผิดนัดชำระหนี้ทั้งที่ถูกดำเนินคดีและยังไม่ถูกดำเนินคดีเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุน  ทำให้ กยศ.ต้องจัดแคมเปญโปรโมชั่นเชิญชวนให้ผู้กู้กลับมาสู่ระบบชำระหนี้ที่ควรจะเป็น และวันนี้เราจะมาอัพเดทข้อมูล ของ กยศ.กับ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการ กยศ. ด้วยกัน


เริ่มกันที่คำถามแรก  5 ก.ค. ที่ผ่านมามีผู้กู้ยืม กยศ.ที่ครบกำหนดชำระหนี้จำนวนเท่าไหร่

“ขณะนี้มีผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ที่ต้องจ่ายเป็นงวดแรกของ 5 ก.ค.2561  จำนวน 2.4 แสนราย เป็นเงิน 500 ล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่ายอดการชำระหนี้คืน กยศ.ดีขึ้นเรื่อย ๆ  เนื่องจาก กยศ.มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ยังมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนฯ โดยเฉพาะการติดตามหนี้ ที่ให้อำนาจกองทุนฯ สามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมได้ ซึ่งจะทำให้กองทุนฯรู้เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และที่ทำงานของผู้กู้ยืม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการติดตามหนี้มากขึ้น


อีกทั้ง กยศ.ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และการชำระเงินคืนกองทุนฯของผู้กู้ยืมให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือ บุคคลใดก็ตาม  เพื่อให้องค์กรนายจ้างทั้งของรัฐและเอกชนช่วยหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมมาส่งคืนกองทุนฯได้ด้วย โดยขณะนี้กองทุนฯกำลังจะเริ่มนำร่องหักเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำของกรมบัญชีกลางปลายเดือนกรกฏาคม 2561 เป็นหน่วยงานแรก จากนั้นจะเริ่มหักเงินเดือนในหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลางในเดือนตุลาคม 2561 ส่วนการหักเงินเดือนในส่วนของพนักงานในภาคเอกชนคาดว่าจะเริ่มได้ประมาณต้นปี 2562 โดยจะนำร่องในหน่วยงานที่มีพนักงานจำนวนมากก่อน”

 ในปีนี้ กยศ.มีนโยบายลดเบี้ย หรือ โปรโมชันเด็ด ๆ หรือไม่

“อาจจะมีข่าวดีในเร็ว ๆ นี้ เบื้องต้น กยศ.อาจจะมีมาตรการในการกระตุ้นให้ผู้มาชำระหนี้คืนมากขึ้น  โดยการขยายเวลาในการชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืม เพื่อให้สอดคล้องกับการชำระเงินคืนของผู้กู้ยืม แต่เรื่องนี้ต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ บอร์ดกยศ. ก่อน ส่วนผลการหารือออกมาอย่างไรทางกยศ.จะแจ้งข่าวผู้กู้ยืมทันที”

  ประเด็นนี้ถามกันมามากว่า กยศ.มีแนวทางให้ผู้กู้ผ่อนชำระหนี้อย่างไรบ้าง หากเงินเดือนน้อยจะขอผ่อนเป็นรายเดือนได้หรือไม่
“กยศ.ให้โอกาสแก่ผู้กู้ยืมมาตลอด ปัจจุบันเปิดให้เลือกชำระเงินคืน กยศ.เป็นรายเดือนหรือรายปี ตามข้อตกลงระหว่างผู้กู้ยืม กับ กยศ. เช่น ขอผ่อนเดือนละ 500 บาทก็ได้ แต่หากผู้กู้ยืมยังไม่สามารถจ่ายเป็นรายเดือนได้อีก ผู้กู้ยืมก็สามารถติดต่อเข้ามาที่กองทุนฯ เพื่อขอเจรจาการชำระหนี้ได้ โดย กยศ.จะดูเหตุผลเป็นราย ๆ ไป อย่างไรก็ตามในอนาคต จะมีการปรับการชำระหนี้คืน กยศ. เป็นรายเดือนทั้งหมด เพราะ พ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่ กำหนดให้นายจ้างหักเงินเดือนค่าจ้างจากผู้กู้ยืม กยศ. แล้วนำส่งกรมสรรพกร พร้อมกับการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้คืนกองทุนฯ”

แล้วเรื่องการฟ้องร้องผู้ผิดนัดชำระหนี้ เวลานี้เป็นอย่างไรบ้าง

“ขณะนี้มีผู้ถูกฟ้องร้องแล้ว 1.2 ล้านคดี เฉพาะปีนี้ฟ้องไปอีกประมาณ 1 แสนกว่าคดี ซึ่งกลุ่มนี้จะเข้าสู่การบังคับคดี แต่ก็ไม่อยากให้ผู้ถูกฟ้องตกใจ เพราะ กยศ.ยังเป็นกองทุนที่ให้โอกาสกับผู้ถูกฟ้องที่สามารถไปประนีประนอมกันที่ศาล ได้ จากนั้นก็มาตกลงกันว่าจะผ่อนชำระหนี้เท่าไหร่ โดยจะให้โอกาสอีก 9 ปี แต่ถ้ายังผิดนัดอีกก็จะไปบังคับคดี และยึดทรัพย์ เพื่อขายทอดตลอด สำหรับกรณีที่ไม่มาผ่อนชำระหนี้เลยก็จะถูกบังคับคดี หรือ ถูกยึดทรัพย์ ส่วนที่มีการร้องเรียนว่า มีการโทรศัพท์เข้ามาที่ กยศ. แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลยนั้น ต้องยอมรับว่าช่วงนี้มีคนโทรศัพท์เข้ามาจำนวนมาก จากเดิมโทรเข้ามาวันละ 1,500 สาย ก็เพิ่มเป็น 3,000 สาย ทำให้คู่สายเต็ม ขอให้ทุกคนใจเย็น ๆ และ กยศ.ก็พร้อมที่จะรับโทรศัพท์ทุกสาย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 20 .00 น ทุกวัน  โดยมีทั้งสายรับเข้าและสายโทรออกเพื่อติดตามทวงหนี้เดือนละ 1 แสนราย อย่างไรก็ตามหากติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ ก็ยังมีช่องทางอื่น ๆ ให้ติดต่อได้ เช่น เฟซบุ๊ก เป็นต้น”


 สุดท้าย ผู้จัดการชัยณรงค์ ฝากถึงผู้กู้ยืม กยศ.ทุกคนว่า “ในวันที่ขาดแคลน กยศ.ให้โอกาส โดยให้เงินไปสร้างทุนมนุษย์แล้ว  ดังนั้นเมื่อถึงวันที่เรียนจบ ได้ทุนมนุษย์ไปแล้วและมีรายได้ ก็อยากให้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่นรุ่นน้องเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ”

ติดตามชมรายการ “ทีช ทอล์ค ทัวร์ สเตชัน” ย้อนหลังผ่านช่องทาง YouTube: DailyNews Live-TH หรือ ชมสดทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11.30 – 12.00 น.
   
                                                                                                                                                                                                                                                                                                             ทีมการศึกษา       

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27