อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 ตุลาคม 2562

คุยเรื่องหนี้ กยศ.กับ "ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์"

ไขปัญหาหนี้ กับ"ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์” ผู้จัดการกยศ. ชี้ทางออกลูกหนี้ พร้อมโปรโมชั่น โดนๆเร็วนี้ ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 11.32 น.


5 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ซึ่งผู้กู้รุ่นพี่ที่ครบกำหนดชำระหนี้จะต้องนำเงินมาคืนกองทุน ฯ เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้อง จากข้อมูลของ กยศ. ล่าสุด วันที่ 30 เม.ย.2561 พบว่า มีผู้กู้ยืม กยศ.ทั่วประเทศ 5.4 ล้านราย เป็นเงิน 5.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นผู้กู้ยืมที่กำลังศึกษาหรืออยู่ในช่วงปลอดหนี้ 1 ล้านราย ผู้กู้ยืมที่ชำระหนี้หมดแล้ว 8 แสนราย ผู้กู้ยืมที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ 5 หมื่นราย ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ 3.5 ล้านรายเป็นเงิน 4 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีกลุ่มผู้ผิดนัดชำระหนี้แต่ยังไม่ถูกดำเนินดคี 1.2 ล้านรายเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท และกลุ่มผิดนัดที่ถูกดำเนินคดีประมาณ 1 ล้านรายเป็นเงิน 4.8 หมื่นล้านบาท 

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการทวงหนี้ของ กยศ.ที่อาจจะยังไม่ดีพอ จึงทำให้มีผู้กู้กล้าผิดนัดชำระหนี้ทั้งที่ถูกดำเนินคดีและยังไม่ถูกดำเนินคดีเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระเงินคืนกองทุน  ทำให้ กยศ.ต้องจัดแคมเปญโปรโมชั่นเชิญชวนให้ผู้กู้กลับมาสู่ระบบชำระหนี้ที่ควรจะเป็น และวันนี้เราจะมาอัพเดทข้อมูล ของ กยศ.กับ นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการ กยศ. ด้วยกัน


เริ่มกันที่คำถามแรก  5 ก.ค. ที่ผ่านมามีผู้กู้ยืม กยศ.ที่ครบกำหนดชำระหนี้จำนวนเท่าไหร่

“ขณะนี้มีผู้กู้ยืมที่ครบกำหนดชำระหนี้ที่ต้องจ่ายเป็นงวดแรกของ 5 ก.ค.2561  จำนวน 2.4 แสนราย เป็นเงิน 500 ล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่ายอดการชำระหนี้คืน กยศ.ดีขึ้นเรื่อย ๆ  เนื่องจาก กยศ.มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 ยังมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกองทุนฯ โดยเฉพาะการติดตามหนี้ ที่ให้อำนาจกองทุนฯ สามารถขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมได้ ซึ่งจะทำให้กองทุนฯรู้เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ และที่ทำงานของผู้กู้ยืม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการติดตามหนี้มากขึ้น


อีกทั้ง กยศ.ยังสามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และการชำระเงินคืนกองทุนฯของผู้กู้ยืมให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน หรือ บุคคลใดก็ตาม  เพื่อให้องค์กรนายจ้างทั้งของรัฐและเอกชนช่วยหักเงินเดือนของผู้กู้ยืมมาส่งคืนกองทุนฯได้ด้วย โดยขณะนี้กองทุนฯกำลังจะเริ่มนำร่องหักเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำของกรมบัญชีกลางปลายเดือนกรกฏาคม 2561 เป็นหน่วยงานแรก จากนั้นจะเริ่มหักเงินเดือนในหน่วยงานราชการอื่น ๆ ที่รับเงินเดือนจากกรมบัญชีกลางในเดือนตุลาคม 2561 ส่วนการหักเงินเดือนในส่วนของพนักงานในภาคเอกชนคาดว่าจะเริ่มได้ประมาณต้นปี 2562 โดยจะนำร่องในหน่วยงานที่มีพนักงานจำนวนมากก่อน”

 ในปีนี้ กยศ.มีนโยบายลดเบี้ย หรือ โปรโมชันเด็ด ๆ หรือไม่

“อาจจะมีข่าวดีในเร็ว ๆ นี้ เบื้องต้น กยศ.อาจจะมีมาตรการในการกระตุ้นให้ผู้มาชำระหนี้คืนมากขึ้น  โดยการขยายเวลาในการชำระหนี้ให้แก่ผู้กู้ยืม เพื่อให้สอดคล้องกับการชำระเงินคืนของผู้กู้ยืม แต่เรื่องนี้ต้องผ่านการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ บอร์ดกยศ. ก่อน ส่วนผลการหารือออกมาอย่างไรทางกยศ.จะแจ้งข่าวผู้กู้ยืมทันที”

  ประเด็นนี้ถามกันมามากว่า กยศ.มีแนวทางให้ผู้กู้ผ่อนชำระหนี้อย่างไรบ้าง หากเงินเดือนน้อยจะขอผ่อนเป็นรายเดือนได้หรือไม่
“กยศ.ให้โอกาสแก่ผู้กู้ยืมมาตลอด ปัจจุบันเปิดให้เลือกชำระเงินคืน กยศ.เป็นรายเดือนหรือรายปี ตามข้อตกลงระหว่างผู้กู้ยืม กับ กยศ. เช่น ขอผ่อนเดือนละ 500 บาทก็ได้ แต่หากผู้กู้ยืมยังไม่สามารถจ่ายเป็นรายเดือนได้อีก ผู้กู้ยืมก็สามารถติดต่อเข้ามาที่กองทุนฯ เพื่อขอเจรจาการชำระหนี้ได้ โดย กยศ.จะดูเหตุผลเป็นราย ๆ ไป อย่างไรก็ตามในอนาคต จะมีการปรับการชำระหนี้คืน กยศ. เป็นรายเดือนทั้งหมด เพราะ พ.ร.บ.กยศ.ฉบับใหม่ กำหนดให้นายจ้างหักเงินเดือนค่าจ้างจากผู้กู้ยืม กยศ. แล้วนำส่งกรมสรรพกร พร้อมกับการนำส่งภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้คืนกองทุนฯ”

แล้วเรื่องการฟ้องร้องผู้ผิดนัดชำระหนี้ เวลานี้เป็นอย่างไรบ้าง

“ขณะนี้มีผู้ถูกฟ้องร้องแล้ว 1.2 ล้านคดี เฉพาะปีนี้ฟ้องไปอีกประมาณ 1 แสนกว่าคดี ซึ่งกลุ่มนี้จะเข้าสู่การบังคับคดี แต่ก็ไม่อยากให้ผู้ถูกฟ้องตกใจ เพราะ กยศ.ยังเป็นกองทุนที่ให้โอกาสกับผู้ถูกฟ้องที่สามารถไปประนีประนอมกันที่ศาล ได้ จากนั้นก็มาตกลงกันว่าจะผ่อนชำระหนี้เท่าไหร่ โดยจะให้โอกาสอีก 9 ปี แต่ถ้ายังผิดนัดอีกก็จะไปบังคับคดี และยึดทรัพย์ เพื่อขายทอดตลอด สำหรับกรณีที่ไม่มาผ่อนชำระหนี้เลยก็จะถูกบังคับคดี หรือ ถูกยึดทรัพย์ ส่วนที่มีการร้องเรียนว่า มีการโทรศัพท์เข้ามาที่ กยศ. แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลยนั้น ต้องยอมรับว่าช่วงนี้มีคนโทรศัพท์เข้ามาจำนวนมาก จากเดิมโทรเข้ามาวันละ 1,500 สาย ก็เพิ่มเป็น 3,000 สาย ทำให้คู่สายเต็ม ขอให้ทุกคนใจเย็น ๆ และ กยศ.ก็พร้อมที่จะรับโทรศัพท์ทุกสาย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 20 .00 น ทุกวัน  โดยมีทั้งสายรับเข้าและสายโทรออกเพื่อติดตามทวงหนี้เดือนละ 1 แสนราย อย่างไรก็ตามหากติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ ก็ยังมีช่องทางอื่น ๆ ให้ติดต่อได้ เช่น เฟซบุ๊ก เป็นต้น”


 สุดท้าย ผู้จัดการชัยณรงค์ ฝากถึงผู้กู้ยืม กยศ.ทุกคนว่า “ในวันที่ขาดแคลน กยศ.ให้โอกาส โดยให้เงินไปสร้างทุนมนุษย์แล้ว  ดังนั้นเมื่อถึงวันที่เรียนจบ ได้ทุนมนุษย์ไปแล้วและมีรายได้ ก็อยากให้ส่งต่อโอกาสทางการศึกษาแก่นรุ่นน้องเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ”

ติดตามชมรายการ “ทีช ทอล์ค ทัวร์ สเตชัน” ย้อนหลังผ่านช่องทาง YouTube: DailyNews Live-TH หรือ ชมสดทุกวันพฤหัสบดี เวลา 11.30 – 12.00 น.
   
                                                                                                                                                                                                                                                                                                             ทีมการศึกษา       

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28