อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

จ่อสอบวินัยบิ๊กสพฐ.ปมทุจริตครุภัณฑ์

รมว.ศธ. รอสรุปสำนวนชี้มูลความผิดกรณีจัดซื้อครุภัณฑ์สพฐ. ชี้ ส่อทุจริตชัดเจน มีการล็อกสเปก และขัดคำสั่งระดับนโยบาย คาด 1-2 วัน ตั้งสอบวินัยระดับเก๋าสพฐ.ในส่วนกลาง 4 ราย อังคารที่ 7 สิงหาคม 2561 เวลา 16.15 น.

วันนี้ (7 ส.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น งบประมาณ 6 แสนบาทต่อโรงเรียน วงเงิน 279 ล้านบาท ปี 2560 ของเขตพื้นที่การศึกษาในภาคอีสาน ว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ.ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และ พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารมว.ศธ. ได้มารายงานการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว  ซึ่งเรื่องนี้มีข้อสรุปความผิดชัดเจน โดยมีโรงเรียนยืนยันความต้องการครุภัณฑ์ทั้งหมดทั่วประเทศ จำนวน 717 โรง แต่เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกลับพบ สพฐ.จัดสรรงบดังกล่าวในโรงเรียน 458 โรง และในจำนวนนี้ไม่ได้เกิดจากการร้องขอครุภัณฑ์แม้แต่โรงเรียนเดียว และการจัดซื้อดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560  และครุภัณฑ์ที่จัดซื้อไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของโรงเรียน อีกทั้งยังพบคนขายรู้ข้อมูลก่อนคนซื้อพร้อมมีการล็อคสเปก  รวมถึงไม่มีการทำตามนโยบายแม้กระทั่งตนสั่งให้ยุติการดำเนินการของโครงการนี้ทั้งหมดแต่กลับเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันมีบริษัทเอกชนร้องเรียนเรื่องนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่สพฐ.กลับเพิกเฉยไม่มีการตรวจสอบ
             
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้การจัดสรรงบประมาณปี 2560 ก็มีการจัดสรรงบทำล่าช้า เช่น  การจัดสรรงบจะต้องทำให้เสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.60 เพราะในวันที่ 2 ต.ค.60 จะเป็นวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 มีผลบังคับใช้ แต่จากการตรวจสอบพบ ในวันที่ 10 ต.ค. 60 สพฐ.กลับแจ้งเฉพาะรหัสงบประมาณไปยังเขตพื้นที่เท่านั้น แต่บัญชีการจัดสรรงบประมาณกลับไปตามลงไปด้วย และเพิ่งมาแจ้งบัญชีการจัดสรรในวันที่ 26 ธ.ค.60 ทั้งๆที่มาตรการ ครม.ระบุว่าต้องก่อหนี้ผูกพันให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค.60  อีกทั้ง ครม.ยังมีมติขยายเวลาให้จัดสรรงบให้แล้วเสร็จอีกในไตรมาสสอง คือ 31 มี.ค.61 แต่พบ สพฐ.กลับคิดเปลี่ยนแปลงงบประมาณไปทำอย่างอื่นแล้วก็ไม่ทำ มีการบริหารงบล่าช้า
             
“ขณะนี้อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนชี้มูลความผิดว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งคาดว่า 1-2 วันจะสามารถสรุปรายชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ โดยเท่าที่ทราบผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มาจากส่วนกลางประมาณ 4-5 รายและเป็นระดับเก๋าในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งนี้หลักจากสรุปชี้มูลความผิดแล้วจากนั้นผมจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้องทันที ซึ่งในส่วนนี้ก็มีทั้งคนที่โดนโทษวินัยร้ายแรงและไม่ร้ายแรง  ส่วนใครเป็นคนเซ็นใครเป็นคนสั่งการก็ต้องไปดูตามหลักฐานและต้องรับผิดชอบ ซึ่งใครเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ว่าทางใดทางหนึ่งเราก็ต้องตรวจสอบ ไม่ต้องกลัวมวยล้มหากมีหลักฐานใครเป็นสั่งการก็ต้องสาวให้ถึงแน่นอน ดังนั้นทุกอย่างผมดำเนินการตามขั้นตอนไม่มีไปกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น”  นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 51