อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

"หมอธี" เคาะระฆัง ประเมินรอบ 4 แนวใหม่

ศธ.เปิดศักราชใหม่ การประกันคุณภาพการศึกษา หลังกฎกระกระทรวงใหม่ประกาศใช้ ย้ำลดภาระครู เน้นพัฒนาตามระดับ ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ เตือนอย่าหลงเชื่อบริษัทอ้างช่วยติว ชี้ไม่จำเป็น เน้นประเมินตามบริบทจริงสถานศึกษา ศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 12.12 น.

วันนี้( 10 ส.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดสัมมนาเรื่อง” เปิดศักราชใหม่ในการประกันคุณภาพการศึกษา School –friendly QA : an innovation platform “โดยมีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ( ศธ.) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ เริ่มเคาะระฆัง ในการประเมินคุณภาพการศึกษาแบบใหม่ ตนขอให้ทุกคนทำความเข้าใจ กฎกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2561 ที่เพิ่งประกาศใช้ ซึ่งขั้นตอนการประกันคุณภาพ เป็นไปเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ง่ายขึ้นและไม่เป็นภาระกับครู แต่จะไปตกอยู่ที่ผู้บริหาร โดยจะให้เริ่มนำร่องทันทีใน 4,500 โรงเรียน ประชารัฐ ซึ่งคุ้นเคยกับวิธีการประกันคุณภาพแบบใหม่อยู่แล้ว และ จะเริ่มการประเมินคุณภาพภายนอก รอบที่ 4 แบบใหม่ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.)ที่หยุดชะงักมานาน

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับวิธีการประเมิน โรงเรียนจะต้องเขียนแผนการประเมินตนเอง โดยผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องพิจารณาและวิเคราะห์ว่าตนเองเป็นสถานศึกษาในระดับใด จาก 5 ระดับ คือ ระดับพัฒนา ระดับปานกลาง ระดับดี ระดับดีเลิศ และระดับยอดเยี่ยม โดยอาจพิจารณาจากความพร้อมของโรงเรียน เช่น จำนวนครูต่อจำนวนนักเรียน ความพร้อมของห้องเรียน และระบบอินเทอร์เน็ต ห้องสมุด เป็นต้น ซึ่งแผนพัฒนาโรงเรียนต้องแข่งกับตัวเอง เพื่อเลื่อนระดับตัวเองให้ดีขึ้น โดยดูผลความสำเร็จจาก คุณภาพนักเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา การแก้ไขปัญหา ความขาดแคลนในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้น เพื่อส่งให้ต้นสังกัด เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การประเมินรูปแบบนี้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ดำเนินการอยู่แล้ว ถ้ามหาวิทยาลัยใด ยังไม่มีรูปแบบการดำเนินการ สามารถนำกรอบการประเมินของมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มาต้นแบบเพื่อประเมิน โดยสถานศึกษา จะต้องออกแบบการประเมินตนเอง ตามบริบทและแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาของตนเอง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีโจทย์ และเป้าหมายต่างกัน ไม่ใช่ตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับทุกคนอย่างที่ผ่านมา และตนย้ำต้นสังกัดไม่ให้ส่งแบบฟอร์มลงไปให้สถานศึกษา และการประเมินครั้งนี้จะไม่ใช่การจับผิด หรือ ลงไปตรวจสอบเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นการประเมินฉันท์มิตร โดย 3 ฝ่าย คือ ศธ. สมศ. และผู้ทรงคุณวุฒิที่จะลงพื้นที่ ไปทำการประเมินเพื่อช่วยพัฒนาโรงเรียน


“อย่างไรก็ตามในการประเมินทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีคนอาสาเข้ามาติวให้สถานศึกษาเพื่อช่วยให้ผ่านการประเมิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีกว่า 30 บริษัท และจากการประกาศกฎกระทรวงฉบับนี้ทำให้มีคนเสียประโยชน์หลายราย จนผมต้องมีตำรวจติดตามเพิ่ม ขอย้ำว่า การประเมินแบบใหม่ ไม่ต้องมีการติว ถ้าใครไปแอบอ้างว่า จะช่วยเหลือหรือติวให้ก็อย่าไปเชื่อ ”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 256