อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

"อรรถพล"ประกาศซ่อมอดีต-สร้างอนาคตสกสค.

ปฏิบัติหน้าที่ สกสค.คนใหม่ ประกาศทิศทางการทำงาน มี 2 ลู่ คือ ซ่อมอดีตและสร้างอนาคต ลั่นองค์การค้าฯจะมีอิสระแบบเดิมไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ สกสค. พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561 เวลา 17.00 น.

เมื่อวันที่(18 ต.ค.) หอประชุมคุรุสภา มีพิธีการรับส่งมอบงานในหน้าที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) ระหว่าง นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กับ นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัด ศธ. โดย นายอรรถพล กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานใหม่ของ สกสค.ประกอบด้วย 2 ลู่ คือ 1.การซ่อมอดีต และ 2.การสร้างอนาคต โดยดำเนินการไปพร้อมๆกัน ซึ่งการซ่อมอดีต นั้น ขณะนี้ได้มีการสำรวจงานค้างทั้งหมด เอามาไว้บนโต๊ะ และจัดระบบสะสาง ซึ่งจากการสำรวจ พบว่า มีปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรมมากกว่าที่เรารับรู้  ส่วนการสร้างอนาคตไป เช่น จะตั้งศูนย์สวัสดิภาพครูไทยขึ้นที่ส่วนกลาง อาจจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว และให้ สกสค.จังหวัดจะเป็นเครือข่ายของศูนย์ฯ ถ้าครูถูกรังแก ครูรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิต ก็สามารถมาพึ่งศูนย์นี้ได้ ซึ่งขณะนี้ในทุกจังหวัดมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอยู่แล้ว และจะมีการสร้างรูปแบบการบริการเหนือความคาดหมาย ซึ่งตนจะใช้เรื่องนี้เป็นนโยบายนำ ให้ครูที่มาใช้บริการพึงพอใจ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้ทุน เงินทุกบาทต้องใช้อย่างมีคุณค่า หลีกเลี่ยงการลงทุนต่างๆ เน้นการบริหารจัดการก่อนซึ่งการดำเนินการต่างๆจะมีมาตรการกำกับ กิจกรรมใดที่มีผลกระทบต่อวงแคบไม่ทำ แต่จะทำกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบในภาพรวมใหญ่ ทั้งนี้ สกสค.จังหวัดทุกแห่งต้องไปทำแผนมาเสนอภายในวันที่ 8-10 พ.ย.นี้ ซึ่ง สกสค.จะเกาะติดการทำงาน และภายใน 3 เดือน หรือ เดือน ม.ค.2562 ต้องเห็นผลการเปลี่ยนแปลง ส่วนองค์การค้า ของ สกสค.นั้น เวลานี้องค์การค้าฯจะมีอิสระแบบเดิมไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ สกสค.

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า สำหรับการบริหารจัดการหนี้สินองค์การค้า ของ สกสค. ก็จะดูเรื่องการแปลงทรัพย์สินเป็นทุนซึ่งมีหลายตัวเลือก เช่น เรื่องที่ดินก็ต้องทำโฉนดให้เรียบร้อย เพราะบางแปลงยังไม่มีโฉนด และเท่าที่ดูที่ดินขององค์การค้าฯ หลายแปลงเป็นที่ดินผืนใหญ่ และอยู่ในทำเลธุรกิจ ซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างมาก โดยแนวทางบริหารจัดการอาจจะ เปิดให้เช่าที่ดิน นำไปลงทุนด้านด้านอื่น ๆ ส่วนการขายจะเป็นทางเลือกสุดท้าย ส่วนกรณีข้อเสนอให้ปิดหรือยุบร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ที่ไม่ทำกำไรนั้น ตนให้องค์การค้าฯ ไปดูภาพรวม ซึ่งเบื้องต้น พบว่า ร้านศึกษาภัณฑ์ ที่ทำกำไรมีเพียงสาขาเดียว คือ สาขาลาดพร้าว ส่วนสาขาอื่นหากตรวจสอบแล้วไม่คุ้มทุน ก็อาจจะต้องหยุดหรือให้คนอื่นทำ ส่วนบุคลากรก็จะใช้วิธีบริหารจัดการให้ไปทำงานอื่นที่เหมาะสม.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 56