อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

กสศ.ชี้ ปมการศึกษาไทยต้องเร่งขจัดความเหลื่อมล้ำ

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา แจง ปม การศึกษาไทยเหมือนแฝดสยาม ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคู่กับความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ชี้ ต้องปฎิรูปลงทุนในมนุษย์ทั้งสุขภาพและด้านการศึกษา อาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เวลา 14.20 น.

วันนี้ (19 ต.ค.) ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า จากรายงานดัชนีพัฒนาทุนมนุษย์ของเวิลด์แบงก์ หรือ Human Capital Index (HCI) เมื่อเร็วๆนี้ พบรายงานค่าเฉลี่ยของจำนวนปีการศึกษาของเด็กไทยอยู่ที่ 12.4 ปี แต่มีจำนวนปีของการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอยู่เพียง 8.6 ปี ช่องว่างประมาณ 4 ปีนี้สะท้อนว่า แม้เด็กไทยจะอยู่ในระบบการศึกษานานถึง 12 ปี แต่ไม่ใช่ทุกช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ หากนำไปพิจารณารวมกับดัชนีทุนมนุษย์ของประเทศไทยที่มีค่า 0.6 หมายความว่า โดยเฉลี่ยแล้วเด็กไทยที่เกิดวันนี้ จะมีผลิตภาพเพียงประมาณ 60% ของศักยภาพสูงสุดของเขา (Full Productivity) เท่านั้น

ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน กสศ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ประเทศไทยยังมีช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงเกือบ 20 เท่า คือ เด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนที่สุด 20% แรกของประเทศ มีโอกาสแค่ 5% เท่านั้นที่จะไปสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้ ในขณะที่เด็กที่อยู่ในครอบครัวร่ำรวยที่สุด 20% แรกของประเทศ มีโอกาส 100% หากประเทศไทยต้องการเติบโตยั่งยืนในอนาคต ต้องปฎิรูปกระบวนการลงทุนในมนุษย์ทั้งด้านสุขภาพและด้านการศึกษา โดยปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศมีค่าดัชนีทุนมนุษย์ที่สูงกว่าไทยไปแล้ว เช่น จีน (0.67) เวียดนาม (0.67) และ มาเลเซีย (0.62) ประเทศเหล่านี้สามารถลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์ได้มีประสิทธิภาพกว่าไทย ทำให้ในอนาคตจะมีความมั่นคงยั่งยืนและมีแนวโน้มแซงหน้าประเทศไทยได้

"ปัญหาการศึกษาในประเทศไทยเหมือนแฝดสยาม หมายถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาคู่กับความเหลื่อมล้ำทางรายได้มีความเกี่ยวเนื่องกันและต้องแก้ไขควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ เราไม่สามารถพาเด็กที่หลุดออกมานอกระบบการศึกษากลับเข้าโรงเรียนแล้วหวังว่าเขาจะไม่หลุดออกมาอีกได้ หากว่าปัญหาความยากจนและด้อยโอกาสของเด็กและครอบครัวเหล่านี้ซึ่งกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ทั้งด้านโภชนาการ และการเดินทางมาโรงเรียนยังเป็นปัญหาอยู่ ดังนั้นเราต้องแยกปัญหาความยากจนออกมาบรรเทาแก้ไขให้ดีขึ้น มาตรการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาจึงจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้จริง" ดร.ไกรยส กล่าว

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36