อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563

ย้ำรับเด็กปฐมวัยห้ามสอบข้อเขียน

ยืนยันเจตนารมณ์คัดเลือเด็กปฐมวัยห้ามสอบข้อเขียน รอคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเด็กปฐมวัย กำหนดหลักเกณฑ์การรับเด็ก จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 08.11 น.

ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ฐานะรองประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สนช. เปิดเผยว่า หลังจากที่ สนช.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ…. ในวาระ 2 และ 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และรอการประกาศราชกิจจานุเบกษาเพื่อมีผลใช้บังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป โดยสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ที่ผ่าน สนช.นี้ ท้ายที่สุดแล้ว สนช.ได้กลับไปเห็นชอบตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา(กอปศ.) ที่บอกว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยควรเป็นเรื่องของการดูแลและพัฒนา ไม่ใช่เรื่อการจัดการเรียนการสอน หรือจัดการศึกษา เพราะฉะนั้นวิธีการคัดเลือกเด็กเข้าสู่การพัฒนาให้สมวัยจึงไม่ควรใช้การสอบข้อเขียน ซึ่งหลังจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การรับนักเรียนระดับปฐมวัยว่าควรเป็นอย่างไร โดยที่ไม่ขัดต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย

รศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า ก่อนหน้าที่กฎหมายจะผ่าน สนช. มีประเด็นเรื่องการสอบคัดเลือกระดับปฐมวัย ซึ่งร่างของกอปศ.ที่เสนอห้ามไม่ให้มีการสอบคัดเลือกเด็กอนุบาลและป.1 โดยระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท แต่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตัดประเด็นดังกล่าวออก และเมื่อมาถึงขั้นกรรมาธิการได้มีการเติมถ้อยคำห้ามมีการสอบ เมื่อมาถึง สนช. ตนในฐานะ สนช.ก็ได้อภิปรายถามความชัดเจนว่าการสอบหมายถึงอะไร ปรากฏว่าในกรรมาธิการก็เห็นไม่ตรงกัน โดยบางส่วนบอกว่าไม่ให้มีการสอบข้อเขียน ขณะที่บางส่วนบอกว่าไม่ให้สอบทุกอย่าง ยกตัวอย่างเช่น กรณีผู้สมัครเกินก็อาจใช้การประเมินความพร้อมของเด็ก ซึ่งกรรมาธิการบางคนก็มองว่าการประเมินนี้เป็นการสอบ เมื่อความเห็นไม่ตรงกันตนจึงเสนอให้ตัดคำว่า “ห้ามสอบ" ออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าสนับสนุนให้สอบ แต่ให้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเด็กปฐมวัย ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำการออกหลักเกณฑ์การคัดเลือกเด็กปฐมวัยที่ไม่ขัดต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งก็เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่า การสอบข้อเขียน เป็นการขัดดังกล่าว

“การกำหนดว่าห้ามมีการสอบทำให้ตีความได้ 2 ทาง คือ ห้ามสอบข้อเขียนเท่านั้น กับห้ามการสอบคัดเลือกทุกชนิด ซึ่งตรงนี้ไม่ตรงตามเจตนารมณ์ เพราะร่างเดิมคือไม่ให้มีการสอบข้อเขียนเพื่อเด็กจะได้ไม่ต้องติว ส่วนวิธีดูความพร้อมอื่น เช่น ทานข้าวเอง ผู้เชือกร้องเท้าเอง ติดกระดุมเสื้อเอง เป็นต้น เหล่านี้ไม่ได้ขัดต่อพัฒนาการ อย่างไรก็ตามเมื่อร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยออกมาในลักษณะนี้ถือว่าตรงตามเจตนารมณ์ของ กอปศ.แล้ว ”รศ.นพ.เฉลิมชัยกล่าว




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 198