อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

ชงศธ.แก้ระเบียบหักเงินเดือนครูใช้หนี้

สกสค. คุมกำเนิดหนี้สินครูต่อเนื่อง ยังไม่คลอดโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.8 เสนอปลัด ศธ.แก้ระเบียบหักเงินเดือนชำระหนี้ ให้มีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีพ อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 15.30 น.

วันนี้(19 ก.พ.)ดร.อรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ว่า สกสค. กำลังดำเนินมาตรการคุมกำเนิดหนี้สินครู โดยไม่ให้ครูก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งในส่วนของโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) หยุดอยู่ที่โครงการช.พ.ค.7 จะยังไม่เริ่มโครงการ ช.พ.ค.8 เพื่อเคลียร์ปัญหาต่างๆ ให้เรียบร้อยก่อน และการปล่อยกู้ในโครงการต่างๆต่อไป ก็ต้องพิจารณาความจำเป็นเป็นรายๆ จะไม่ให้กู้ไปใช้ฟุ่มเฟือย

ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.กล่าวต่อไปว่า สกสค.ได้ส่งหนังสือเสนอ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ. ให้พิจารณาแก้ไขระเบียบ ศธ.ว่าด้วยการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ให้แก่สวัสดิการภายในส่วนราชการและสหกรณ์ พ.ศ.2551ที่กำหนดว่า การหักเงิน ณ ที่จ่ายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ ต้องมีเงินเดือนสุทธิหลังจากหักชำระหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ขณะที่ครูแต่ละคนมีเงินเดือนไม่เท่ากันเงินที่เหลืออาจไม่พอดำรงชีพ ดังนั้น ควรปรับเป็นมีเงินเดือนสุทธิหลังจากหักชำระหนี้เพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ควรเสนอรัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 ที่กำหนดว่าต้นสังกัดต้องหักเงินใช้หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์เป็นอันดับแรก ซึ่งผู้กู้อาจมีหนี้จากแหล่งอื่นมาก่อน ดังนั้น ควรหักเงินชำระหนี้ตามลำดับการกู้ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีกฎหมายที่กำหนดให้หักเงินเดือนชำระหนี้ก่อนเป็นลำดับแรกอยู่ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ซึ่งก็ไม่รู้ต้องหักให้ใครก่อน ส่วนมาตรการอื่นๆนั้น สกสค.จะพยายามเจรจาขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยกับทางธนาคารออมสิน เพราะขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ห่างกันค่อนข้างมาก

ดร.อรรถพล กล่าวด้วยว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีทวงเงินกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการ ช.พ.ค. จากธนาคารออมสิน ซึ่งทางธนาคารออมสินได้หักเงินจากบัญชีกองทุนฯไปชำระหนี้แทนครู ที่ค้างชำระเกิน 3 งวดขึ้นไป ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทนั้น ที่ผ่านมาธนาคารออมสินทยอยคืนเงินมาบ้างแล้ว หลังจากยกเลิกบันทึกข้อตกลงฉบับเดิมและมีมาตรการคืนเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษฯ ให้แก่ครูโดยตรง ทำให้มีครูมาชำระหนี้เพิ่มขึ้น อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเรื่อย ๆ ธนาคารออมสินจึงนำเงินที่ครูชำระหนี้มาคืนให้สกสค. โดยมียอดรวมที่คืนแล้วประมาณ 1,100 ล้านบาท แผนต่อไปที่จะดำเนินการ คือ ปรับข้อมูลของสกสค. และธนาคารออมสินให้ตรงกัน จากนั้นจะส่งให้สกสค.จังหวัด และให้ธนาคารออมสินออกหนังสือทวงเงินจากครูที่หักเงินจากบัญชีกองทุนไปชำระหนี้ คาดว่าจะเริ่มทวงจากรายที่มีหนี้น้อยก่อน เพื่อไม่ให้เสียประวัติ.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    57%
  • ไม่เห็นด้วย
    43%

บอกต่อ : 281