อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

ไปดูเทคนิคการสอน "4 เดือน ป.1 อ่านออกเขียนได้"

“ครูศรีประไพ พรหมณี” รร.ชุมชนบ้านบุ่งคล้าวิทยา อ.เมือง จ.ชัยภูมิ บอกเทคนิคการสอน “4 เดือน ป.1 อ่านออกเขียนได้” อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562 เวลา 16.27 น.



“ขอฝากไปถึงครูภาษาไทยทั่วประเทศ 4  ข้อ  ข้อ1 ให้คุณครูตั้งใจสอนให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ ข้อ 2 สอนให้นักเรียนพูดภาษาไทยให้ถูกต้อง ถูกตามอักขรวิธี  ข้อ 3 สอนให้คัดลายมือให้สวยงาม ไม่เป็นตัวถั่วงอก และ ข้อ 4 สอนให้รักและอนุรักษ์ภาษาไทย ให้ถือว่าเป็นภาษาของชาติ”นางศรีประไพ พรหมณี ครูวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญ สาขาภาษาไทย โรงเรียนชุมชนบ้านบุ่งคล้าวิทยา อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เล่าด้วยความภาคภูมิใจถึงที่มาของความมุ่งมั่น ตั้งใจ ในการสร้างนวัตกรรมพัฒนาการอ่านและเขียน  4 เดือนอ่านออกเขียนได้  

 
 คำกล่าวข้างต้นเป็นพระราชดำรัส ใน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานฝากไปถึงครูสอนภาษาไทยในวันพระราชทานรางวัลมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ ปี 2554 ซึ่งคุณครูศรีประไพ บอกว่า “ดิฉันจำได้ไม่เคยลืม เพราะเป็นแรงบันดาลใจให้กลับมาคิดค้นพัฒนาต่อยอด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ และยังได้น้อมนำพระราชดำรัสนี้ไปถ่ายทอดให้แก่ครูทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่องด้วย”   

   
ครูศรีประไพเป็นครูภาษาไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นครูดีเด่นด้านภาษาไทยของมูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ เมื่อปี 2554 และจนวันนี้ก็สามารถคิดค้นนวัตกรรมการเรียนการสอนภาษาไทย เพื่อให้ลูกศิษย์ตัวน้อย ๆ ทั้งที่เป็นเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ให้สามารถอ่านออกเขียนได้ภายในเวลาเพียง  4 เดือน ด้วยเทคนิค “ฝึกซ้ำย้ำทวน”  


 สิ่งที่พิสูจน์ได้ว่านวัตกรรม 4 เดือนอ่านออกเขียนได้ของครูศรีประไพประสบความสำเร็จ  นั่นคือ ผลทดสอบนักเรียน ชั้น ป.1 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1  ที่เด็ก ๆ สามารถอ่านออกเขียนได้ 100%  ทำให้คณะครูและบุคคลในวงการศึกษาจากทั่วประเทศให้ความสนใจเข้ามาศึกษาดูงานที่โรงเรียนชุมชนบ้านบุ่งคล้าวิทยาโดยตลอด ทั้งที่เป็นโรงเรียนขนาดกลาง มีนักเรียน 127 คน สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.3 มีครู 12 คน

สำหรับ นวัตกรรมการสอน 4 เดือนอ่านออกเขียน นั้น ครูศรีประไพเล่าว่า  เริ่มตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 เดือนมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม กันยายน เด็ก ป.1 ทุกคนจะต้องอ่านได้ โดย เดือนที่ 1 ใช้วิธี "แจกลูกผูกรัก" คือ แจกลูกกับพยัญชนะสระ แล้วนำ แม่ ก.กา  การผันวรรณยุกต์ แม่ ก.กาให้เด็กเรียนด้วย  พอเดือนที่ 2 สะกดคำแจกลูกตัวสะกดคําเป็น คือ แม่กง แม่กน แม่กม แม่เกย โดยการสะกดคำแจกลูก เขียนตามคำบอก คัดลายมือ พอเดือนที่ 3 ตัวสะกดคำตาย คือ แม่กก แม่กด แม่กบ เดือนที่ 4 สอนอักษรควบ อักษรนํา สระลดรูป เปลี่ยนรูป และตัวการันต์  แน่นอนว่าช่วงเวลา 4 เดือนนี้เด็ก ๆ จะสามารถอ่านออกเขียนได้แล้ว และเพื่อให้เด็ก ๆ อ่านเขียนได้คล่องขึ้นในภาคเรียนที่ 2 จะใช้เทคนิค “เน้นย้ำซ้ำทวน”


นอกจากนี้ยังใช้วิธี "เสริมคนเก่ง ซ่อมคนอ่อน" คือ ให้เด็กเก่งช่วยสอนเสริมเด็กที่เรียนอ่อน โดยในห้องเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน แล้วให้กลุ่มเก่งดูแลกลุ่มปานกลาง ส่วนครูจะดูแลกลุ่มอ่อนเอง ทั้งนี้คุณครูจะมีตัวช่วยเป็นสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลายด้วย  ไม่ใช่สอนด้วยหนังสือเรียนอย่างเดียว โดยจะนำสิ่งของเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงกระดาษ ปฏิทินเก่า  ลูกปิงปอง ขวดเก่า เก็บมาทำสื่อการสอน ประกอบกับใช้การแสดงท่าทางและการร้องเพลง เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจและอยากเรียน เรียนอย่างมีความสุข และเป็นไปด้วยความสนุกสนาน

ถ้าทำตามขั้นตอนที่ว่า พอจบ ชั้น ป.1 เด็กทุกคนจะอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่อง เขียนคล่อง เขียนตามคำบอกถูกต้องทุกคำแน่นอน

                                                                                                                                                                                       อรนุช วานิชทวีวัฒน์
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    99%
  • ไม่เห็นด้วย
    1%

บอกต่อ : 38.40K