อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562

"หมออุดม"ย้ำมหา"ลัยต้องผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูง

“หมออุดม”ย้ำมหา’ลัยต้องพลิกโฉม ผลิตบัณฑิตสมรรถนะสูง ทุกวัย ส่วนภาคเอกชนอยากให้อุดมศึกษาจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะคนวัยทำงาน จันทร์ที่ 25 มีนาคม 2562 เวลา 17.47 น.

 วันนี้ (25 มี.ค.) ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ โอเต็ล  ประตูน้ำ ได้มีการสัมมนาวิชาการการพัฒนากำลังคนเพื่อยกระดับสมรรถนะตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย เรื่อง “การปฏิรูปอุดมศึกษาไทยแบบพลิกโฉม : ร่วมสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง” โดยศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง วิกฤติอุดมศึกษา : ปัญหาการผลิตบัณฑิตที่ไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ว่า ขณะนี้ภาคเอกชนต้องการบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูง รู้จักหน้าที่ มีวินัย คุณธรรมจริยธรรม ใฝ่หาความรู้ตลอดชีวิต ไม่คอรัปชั่น เป็นนักปฏิบัติมืออาชีพ มีทักษะด้านดิจิทัล   ส่วนมหาวิทยาลัยต้องมีการปรับตัว ทั้งการเรียนการสอนที่ทันสมัย มีหลักสูตรรองรับ ผู้เรียนของมหาวิทยาลัยประกอบด้วยคนทุกวัย

จากนั้นมีการเสวนาเรื่อง “ความท้าทายในการเตรียมพร้อมกำลังคนเพื่ออนาคต” โดยดร.เอกพล ณ สงขลา ผู้แทนภาคเอกชน กล่าวว่า อยากให้มหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรพัฒนาทักษะวัยทำงานเพิ่มเติมในเรื่อง ดิจิทัล การสื่อสารในยุคดิจิทัล การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือโค้ดดิ้ง ความเป็นผู้นำ ความรู้วัฒนธรรมและภาษาของอาเซียน ทักษะการค้าขาย เป็นต้น


รศ.ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว โดยปรับความคิดของอาจารย์ให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มที่อาจารย์รุ่นใหม่ ไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต  ซึ่งมหาวิทยาลัยหลายแห่งก็กำลังดำเนินการอยู่ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องร่วมมือกันทำงาน  เพื่อจะได้ตอบโจทย์ของประเทศ ขณะเดียวกันต้องลดขนาดโครงสร้างของมหาวิทยาลัยลง ซึ่งเป็นเรื่องยากแต่ต้องทำ

ด้านศ.ดร.สัมพันธ์ ฤทธิเดช รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า  หัวใจของกระทรวงที่จัดตั้งขึ้นใหม่ คือ การสนับสนุนมหาวิทยาลัยให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ตอบโจทย์ประเทศ ส่วนเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรควรมีการปรับปรุง แต่ก็ต้องมีมาตรฐานกลางที่วัดได้ มีคุณภาพจริง ตอบคำถามของสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24