อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

ชงแยกเกณฑ์คัดผู้บริหารโรงเรียนร่วมพัฒนา

‘หมออุดม’ เผย บอร์ด อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯรร.ร่วมพัฒนา อนุมัติหลักเกณฑ์บริหารงานบุคคล เรื่องการ โอนย้าย สรรหาผู้บริหารสถานศึกษา การคัดเลือก และการประเมินผลงานครู เตรียมชง บอร์ด ก.ค.ศ.อนุมัติ พ.ค.นี้ จันทร์ที่ 29 เมษายน 2562 เวลา 06.00 น.

วันนี้ (29 เม.ย.) ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องการโอน ย้าย และสรรหาผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการนี้ โดยระเบียบเรื่องนี้จะออกแบบคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารสถานศึกษาไว้ 3 ส่วน คือ ต้องมีคุณสมบัติกลางที่เป็นมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และต้องมีคุณสมบัติตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ ซึ่งจะกำหนดโดยคณะกรรมการโรงเรียนร่วมพัฒนา เช่น ต้องมีวิสัยทัศน์มองไปข้างหน้า สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เป็นต้น และคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนยังสามารถกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมให้ตรงกับความต้องการและบริบทของโรงเรียนได้ด้วย โดยในส่วนที่ของคุณสมบัติกลางของ สพฐ.และคุณสมบัติตามวัตถุประสงค์โครงการฯ ส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดให้ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ และไม่มีความหลากหลายมากจนเกินไป

รมช.ศึกษาธิการ  กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้บริหารสถานศึกษาในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา ว่า จะแยกออกจากการคัดเลือกในระบบปกติ และเปิดกว้างให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และสนใจเข้ามาสมัครได้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการครูเท่านั้น โดยในกรณีบุคคลภายนอกจะกำหนดให้ดำรงตำแหน่ง 4 ปี และจะมีการประเมิน ติดตาม รายปีทุกปีด้วย ซึ่งหากประเมินแล้วไม่ผ่านสามารถยกเลิกสัญญาได้ และตนยังได้มอบหมายให้ที่ประชุมไปศึกษาแนวทางเรื่องค่าตอบแทนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เนื่องจากอัตราเงินเดือนมีกฎหมายกำหนดชัดเจนจะให้เกินไม่ได้ โดยอาจจะให้เป็นค่าสนับสนุนเพิ่มเติมจากฐานเงินเดือน นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ เรื่องการประเมินผลงานของครูในโครงการฯ ซึ่งจะใช้แนวทางปกติของ ศธ.ที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มเติมในส่วนของผลงานที่จะมาใช้มานับเป็นภาระงานได้ เช่น การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ หรือภาระงานที่เป็นข้อตกลงร่วมกับภาคเอกชนที่สนับสนุนโรงเรียน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อจากนี้จะต้องนำร่างระเบียบดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.เพื่อพิจารณาต่อไป ในเดือนพฤษภาคมนี้


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    19%
  • ไม่เห็นด้วย
    81%

บอกต่อ : 14