อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

ผุดสะพานเชื่อมสอศ.-สพฐ.เพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ

สอศ.-สพฐ. จับมือ สร้างสะพานเชื่อมโยงเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ ผุด คณะกรรมการสายอาชีพ สร้างหลักสูตรสายอาชีพให้เด็กม.ต้น ค้นพบตัวเอง หวังดึงเด็กเรียนอาชีวะ ศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.20 น.

วันนี้ (17  พ.ค.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงการจัดการอาชีวศึกษา ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา  ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดย ดร.สุเทพ  ชิตยวงษ์  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมแนวทางผลสำเร็จของการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาสู่คุณภาพในประเด็นต่างๆ เพื่อให้สถานศึกษาทั่วประเทศได้นำไปปรับใช้และสานต่อการดำเนินงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม และมีความต่อเนื่อง โดยเป้าหมายสำคัญคือการผลิต และการพัฒนากำลังคนในระดับอาชีวศึกษา เพื่อรองรับการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความสมดุล ทั้งนี้ สอศ.และ สพฐ. ได้บูรณาการประสานการจัดการศึกษาระหว่าง 2 หน่วยงาน โดยได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อที่จะเชื่อมโยงการศึกษาในทุกมิติ ทั้งด้านปริมาณในการรับสมัครผู้เรียนเข้าศึกษาต่อในสายวิชาชีพ และด้านคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา และเยาวชน ของประเทศ 

ด้าน ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นนโยบายต่อเนื่องของรัฐบาบในการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ ซึ่งภาระกิจการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพของสพฐ.ไม่ใช่การประชาสัมพันธ์หรือการแนะแนวเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องสร้างความรู้พื้นฐานด้านวิชาชีพให้แก่เด็กตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.จัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบหลักสูตรระยะสั้นให้แก่ผู้เรียนมัธยมศึกษาตอนต้นได้เรียนรู้และค้นพบตัวเองว่าว่ามีความรู้ทักษะวิชาชีพในด้านไหนบ้าง เพื่อที่เด็กจะได้รู้ตัวเองว่าอยากเรียนต่อในสาขาวิชาชีพใด ทั้งนี้ในอนาคตเราจะสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างสอศ.และสพฐ. พร้อมกับตั้งคณะกรรมการเรียนต่อสายอาชีพ เพื่อทำงานประสานความร่วมมือในการเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพให้มากขึ้น 
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56