อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

ย้ายด่วนผอ.เซ่น5ขวบถูกข่มขืน ตั้งทีมสอบให้เสร็จ7วัน

ญาติเด็กหญิงอนุบาลวัย 5 ขวบถูกข่มขืน บุก ศธ. ร้องขอความเป็นธรรม ผช.เลขาธิการ กพฐ. สั่งย้ายด่วน ผอ. ช่วยราชการ สพป.อุบลฯ เขต 3 พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน  ศุกร์ที่ 7 มิถุนายน 2562 เวลา 11.21 น.


กรณีคุณปู่ ชาวอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับทนายชื่อดังว่า หลานสาววัย 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ถูกเด็กชาย 2 คน เรียนอยู่ห้องเดียวกัน และเด็กชายอีกคน เรียนอยู่ ป.2 โรงเรียนเดียวกัน กระทำชำเราระหว่างพักเที่ยง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 61 แต่ไม่ได้รับการเยียวยาจากทางโรงเรียน โดยหลานสาวได้รับบาดเจ็บมีเลือดออกจากอวัยวะเพศ และแพทย์ลงความเห็นมีร่องรอยบวมบริเวณอวัยวะเพศ คล้ายมีการร่วมประเวณี นั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คุณปู่และญาติหลานสาววัย 5 ขวบเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี เดินทางร้องเรียนถึง เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ติดตามความคืบหน้าการสอบสวนเรื่องดังกล่าว หลังเข้าไปสอบถามที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 3 แล้ว แต่กลับไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ซึ่งมี ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการกพฐ. เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว

โดยคุณปู่ กล่าวว่า ตนต้องการความเป็นธรรมให้แก่หลานสาวที่ถูกเพื่อนชายกระทำชำเรา ซึ่งที่ผ่านมาเข้าไปสอบถามความคืบหน้ากับผู้อำนวยการโรงเรียนก็ไม่ได้รับคำตอบบ่ายเบี่ยงที่จะเจอหน้า รวมถึงเขตพื้นที่กลับเพิกเฉยที่จะช่วยทวงถามความคืบหน้าเรื่องของหลานสาวตน โดยขอยื่นเรื่องให้ ศธ.ช่วยดำเนินการใน 5 ประเด็น คือ 1.ให้พิจารณาเยียวยาวร่างกายและจิตใจของหลานสาวตน 2.ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่โรงเรียนที่หลานสาวตนเรียนอยู่ 3.ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 ว่าละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่อย่างไร 4.ขอให้ตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงจากส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบด้วยเนื่องจากเกรงว่าอาจจะมีการวิ่งเต้นแทรกแซงการสอบสวนได้ และ 5.ขอให้ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนไปช่วยราชการที่อื่น   





ด้าน ร.ต.ธนุ กล่าวว่า สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องที่เกิดขึ้น และได้รับข้อสั่งการจาก ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการ กพฐ.ให้ดูแลดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นธรรม และทำให้เด็กได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด อีกทั้งเรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ สพฐ.จะไม่ปล่อยเรื่องไปโดยที่ไม่มีผู้กระทำผิดหรือไม่รับผิดชอบอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ได้มีคำสั่งย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวให้ไปช่วยราชการที่ สพป.อุบลราชธานี เขต 3 แล้ว พร้อมกับตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงจากส่วนกลาง โดยมี นายธีร์ ภวังค์นันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.) ของ สพฐ.เป็นประธาน เพื่อลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทันที ทั้งนี้คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงทุกชุดที่ตั้งขึ้นไม่ว่าจะเป็นของโรงเรียน และเขตพื้นที่เองจะต้องดำเนินการสืบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าเรื่องนี้เราจะไม่ดำเนินการล่าช้า เพราะมีข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นไว้ครบแล้ว ดังนั้นหากพบผู้กระทำความผิดจะไม่ปล่อยไว้ก็ต้องได้รับโทษทางวินัยอย่างแน่นอน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 55