อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ผุด'ครูรัก(ษ์)ถิ่น'ช่วยรร.ห่างไกล แก้ครูโยกย้ายบ่อย

6 หน่วยงานร่วมแก้เหลื่อมล้ำ ช่วยรร.ห่างไกล ขาดแคลนครู กสศ. เปิดรับสถาบันอุดมศึกษาร่วมโครงการ "ครูรัก(ษ์)ถิ่น" แก้ปัญหาครูโยกย้ายบ่อย เพราะไม่ใช่ครูท้องถิ่น ชี้ภายใน 10 ปี ผลิตครูรร.ขนาดเล็กเพียงพอต่อความต้องการ ศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2562 เวลา 16.30 น.


เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 62 ที่โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการ "ครูรัก(ษ์)ถิ่น" ชี้แจงทำความเข้าใจการพัฒนาข้อเสนอโครงการให้กับสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นหน่วยผลิตครู โดยมีผู้บริหาร อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์และคณะครุศาสตร์ เข้าร่วมกว่า 36 แห่งจากทั่วประเทศ

รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นความร่วมมือระหว่างกสศ.และ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เพื่อสนับสนุนทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนยากจนด้อยโอกาสจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่สุดร้อยละ 20 แรกของประเทศในพื้นที่ห่างไกลที่อยากเป็นครูได้เรียนครูจนจบปริญญาตรีและกลับมาเป็นครูในโรงเรียนท้องถิ่นของตน ทั้งนี้เมื่อศึกษาจนจบตามหลักสูตร จะได้รับการบรรจุเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลได้ทั้งหมด

"นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กสศ.ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบและมติครม.ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขั้นตอนต่อไปจะมีการลงนาม MOU กับหน่วยงานร่วมสร้างโอกาสทั้ง 6 หน่วยงาน ในวันพุธที่ 3 ก.ค.นี้ ที่กระทรวงศึกษาธิการ" รศ.ดร.ดารณี กล่าว

  

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จะสนับสนุนทุนให้แก่นักศึกษา รุ่นละ 300 ทุนทั้งหมด 5 รุ่น รวม 1,500 ทุน เฉลี่ยทุนละ 160,000 บาท/ทุน/ปี ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าที่พัก ค่าครองชีพรายวัน ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป โดยโครงการนี้จะดำเนินงานผ่านสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ในสาขาปฐมวัยและประถมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะมีการคัดเลือกสถาบันเข้าร่วมโครงการราว 10 สถาบัน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยสถาบันที่สนใจสามารถยื่นข้อเสนอโครงการตลอดเดือน ส.ค.นี้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หมายเลขโทรศัพท์ 099-121-5665 ในวันและเวลาราชการ

​นพ.สุภกร กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ของคณะวิจัยธนาคารโลก ร่วมกับการสอบทานฐานข้อมูล สพฐ. พบว่าประเทศไทยมีโรงเรียนราว 2,000 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่อาจจะควบรวมเช่น โรงเรียนบนพื้นที่สูง ตามแนวชายขอบ หรือตั้งอยู่บนเกาะแก่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลให้ดำรงอยู่ต่อไปได้ (Protected School หรือ Standalone) เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในท้องถิ่น อย่างไรก็ตามพบว่า ปัญหาของโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลคือ ครูขอย้ายบ่อยเพราะไม่ใช่คนท้องถิ่น และไม่มีครูมาทดแทน ครูจึงไม่พอกับชั้นเรียน โดยเฉพาะครูที่สอนประถมศึกษา ซึ่งโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นมีเป้าหมายใน 4 เรื่องสำคัญคือ 1. สนับสนุนนักเรียนในท้องถิ่นที่มีผลการเรียนดีและรักเป็นครูได้เรียนครูจนจบและกลับไปทำงานในท้องถิ่นบ้านเกิดของตนเองได้ 2. ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่ร่วมโครงการ ปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับสภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล  โดยมีการฝึกสอนร่วมกิจกรรมกับโรงเรียนและชุมชนที่จะต้องไปทำงานจริงตั้งแต่เป็นนักศึกษา 3. มีการเตรียมความพร้อมด้านวิชาการและสังคมแก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ก่อนเข้าเรียน 4. ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ มีกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและเสริมทักษะสำคัญเพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนรักถิ่นฐานบ้านเกิด ร่วมแก้ไขปัญหา และพัฒนาท้องถิ่น

"การเดินหน้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จะส่งผลให้ภายในระยะเวลา 10 ปี จะมีครูเพียงพอต่อความต้องการได้  ช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา แก้ปัญหาครูประจำการโยกย้ายบ่อยในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเพราะไม่ใช่คนท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย" นพ.สุภกร กล่าว



​ด้าน ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ประธานชมรมคุรุทายาทแห่งประเทศ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กล่าวว่า โครงการนี้ ให้ความสำคัญกับคุณภาพการดำเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาที่จะเป็นกลไกในการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ สถาบันสามารถนำเสนอโครงการตามประเด็นหลักที่กำหนดไว้ 7 ประเด็น ดังนี้ 1. ความพร้อมและความน่าเชื่อถือของสถาบัน ด้านหลักสูตร ความเชี่ยวชาญของบุคลากรผู้สอนที่ตรงตามสาขา นักวิจัย แหล่งเรียนรู้สำหรับฝึกประสบการณ์ทางวิชาชีพ การทำงานร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น 2. การค้นหาและคัดเลือกนักเรียนผู้รับทุน ต้องเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส มีศักยภาพในด้านผลการเรียนพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนในโรงเรียนกลุ่มเดียวกัน 3. การเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนก่อนเข้าศึกษา พิจารณาจากแผนกิจกรรมในช่วงแรกที่จะทำงาน 4. หลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาผู้เรียน ทั้งสมรรถนะพื้นฐานของวิชาชีพครู สมรรถนะทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และเจตคติและสมรรถนะเฉพาะ 5. การจัดระบบดูแลนักศึกษา แนวทางการดูแลความเป็นอยู่ สวัสดิภาพและสุขภาพแก่ผู้รับทุน 6. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ (Enrichment program) แนวทางหรือวิธีการเพิ่มคุณภาพให้แก่ผู้รับทุน และ7. การจัดทำข้อมูลและการเข้าร่วมพัฒนาทางวิชาการ โดยการคัดเลือกสถาบันจะมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและจะประกาศรายชื่อภายในเดือน ส.ค. 62

"ครูรัก(ษ์)ถิ่น ต่อยอดบทเรียนที่สำคัญของโครงการคุรุทายาท ใน 2 เรื่องสำคัญคือ 1.รับประกันการมีงานทำ เมื่อจบตามหลักสูตรแล้วได้บรรจุเป็นข้าราชการครู และ 2.การที่สถาบันอุดมศึกษาจะมีกระบวนการบ่มเพาะความเป็นครูของชุมชนเข้าไปในหัวใจของนักศึกษาทุนตลอดเส้นทางการศึกษา การออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหรือ Enrichment Program ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลให้ผู้เรียนมีใจ มีเป้าหมายพร้อมที่จะเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น ไม่ทิ้งชุมชนอย่างแน่นอน" ดร.ศุภโชค กล่าว

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43