อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

"สุเทพ"ประกาศ 7 มาตรการสกัดทุจริตในหน่วยงาน

เลขาธิการ กพฐ.ประกาศมาตรการป้องกันทุจริตในหน่วยงานภายใน สพฐ. ย้ำชัด การทำงานห้ามมีผลประโยชน์ทับซ้อน อังคารที่ 9 กรกฎาคม 2562 เวลา 16.00 น.

วันนี้ (9 ก.ค.) ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า  เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ลงนามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เรื่องเจตจำนงสุจริตในการบริหารงานของ สพฐ.ตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่3 พ.ศ.2560 – 2564 ได้กำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตเชิงรุก เป็นกลยุทธ์สำคัญในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ รวมถึงพัฒนากลไกและระบบป้องกันการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางสพฐ.ในการพัฒนาระบบประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของสพฐ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสถานศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรในสังกัดปฎิบัติหน้าที่ตามกฎหมายยึดมั่นประมวลจริยธรรม ดังนั้น สพฐ.จึงประกาศเรื่องดังกล่าวต่อคณะบริหาร บุคลากรในสังกัด และต่อสาธารณชน เพื่อให้ สพฐ.และหน่วยงานในสังกัดดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยมุ่งมั่นบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล  สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดระบบความพร้อมรับผิดและพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ดำเนินการ
             
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สพฐ.ยังได้ประกาศมาตรการภายในเพื่อให้ทุกหน่วยงานถือปฎิบัติร่วมกัน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการดำเนินงานของสพฐ.ในประเด็นการเปิดเผยข้อมูล (Open Data) และป้องกันการทุจริต (Anti-Corruption Practice)  ซึ่ง สพฐ.ได้ดำเนินการประกาศมาตรการภายในเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต 7 มาตรการ ได้แก่ 1.มาตรการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ 2.มาตรการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม 3.มาตรการส่งเสริมความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง 4.มาตรการจัดการเรื่องร้องเรียนและทุจริต 5.มาตรการป้องกันการรับสินบน 6.มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม และ7.มาตรการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจ อย่างไรก็ตามการประกาศเจตจำนงเรื่องป้องกันทุจริตของสพฐ.นั้นต้องการส่งเสริมความโปร่งใส และการดำเนินการใดๆก็ตามห้ามมีผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเด็ดขาด
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    7%
  • ไม่เห็นด้วย
    93%

บอกต่อ : 37