อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

สภาการศึกษาลงสนามเจาะพื้นที่"นครพนม"

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา นำกรรมการสภาการศึกษา ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ศึกษาดูงานสถานศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 06.30 น.


ความรู้และการเจริญเติบโตของสังคมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง การพัฒนาการเรียนรู้จึงต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องรองรับการพัฒนา ซึ่งนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการศึกษา ถือเป็นเข็มทิศในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้า

เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสภาการศึกษา นำโดย ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการ สกศ. จึงนำกรรมการสภาการศึกษา ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ศึกษาดูงานสถานศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กรรมการสภาการศึกษาได้สัมผัสข้อมูลจริง ได้เห็นความหลากหลายในการจัดการศึกษา ในบริบทต่างๆ


        
การลงพื้นที่ดูงานสถานศึกษาในจังหวัดนครพนมครั้งนี้ กรรมการสภาการศึกษา ได้รับฟังข้อมูลการจัดการศึกษาจากผู้บริหาร ครู และบุคลากร ของสถานศึกษาแต่ละระดับ แต่ละประเภทในจังหวัดนครพนม โดย น.ส.สร้อย สกุลเด็น รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อำเภอเมืองนครพนม ได้สะท้อนประเด็นที่น่าสนใจว่า กศน.ดูแลผู้เรียนตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งเดิมจะมีกลุ่มเด็กที่พลาดโอกาส ด้อยโอกาสมาเรียนกับ กศน. แต่ตอนนี้มีเด็กระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่ออกกลางคัน หรือ ประมาณ ชั้น ม.2 มาเรียนกับ กศน.มากขึ้น เพราะมีปัญหาส่วนตัว เช่น ท้องก่อนวัยอันควร มีปัญหาสังคม แล้วไม่อยากกลับไปเรียนในระบบ ซึ่งอยากให้กรรมการสภาการศึกษาเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ว่าจะช่วยทำอย่างไรไม่ให้เด็กออกมาอยู่นอกระบบโรงเรียนเยอะ เพราะเมื่อมาเรียนกับ กศน.ก็จะจบก่อนเพื่อนไม่ได้ ต้องรอให้วุฒิการศึกษาเมื่อมีอายุครบตามเกณฑ์ที่ กศน.จะออกให้ได้


        
นอกจากนี้ผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดนครพนม ยังได้สะท้อนปัญหาว่า ขณะนี้มีแนวโน้มว่าโรงเรียนขนาดเล็ก จะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลง และเมื่อจำนวนเด็กในโรงเรียนน้อยเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่โรงเรียนได้รับก็ลดน้อยลงไปด้วย แทบจะนำมาพัฒนาคุณภาพเด็กไม่ได้เลย รวมถึงงบฯอาหารกลางวันที่ได้รับมาก็น้อยมากจนไม่สามารถประกอบอาหารให้เด็กกินแบบครบ 5 หมู่ได้ ขณะที่ผู้ปกครองก็ยังไม่อยากให้ยุบเลิก หรือ ควบรวมโรงเรียน
         
ดร.สุภัทร บอกว่า สกศ.จะนำตัวอย่างดีๆไปขยายผล และนำข้อจำกัด สภาพปัญหา ไปพัฒนานโยบายใหม่ๆ และปรับปรุงมาตรการต่างๆเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการออกมาตรการ หรือ วิธีปฏิบัติเพิ่มขึ้น เพราะในแผนการศึกษาแห่งชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้เขียนถึงวิธีการปฏิบัติ ทั้งนี้ ตนรู้สึกชื่นชมศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดนครพนม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกาาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)มาก สิ่งที่ศูนย์ฯนี้ทำ คือ การดูแลเด็กพิการทางร่างกาย เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กออทิสติก โดยมารักษาที่ศูนย์ฯ 100 กว่าคน และมีอีก 140 คน ที่ครูประจำศูนย์ฯต้องไปดูแลถึงที่บ้าน เพราะว่าเด็กเหล่านั้นไม่สามารถมาที่ศูนย์ฯได้ อีกทั้งอุปกรณ์ในการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก หลายอย่างทางศูนย์ฯก็มีการพัฒนาร่วมกับผู้ปกครอง เช่น เด็กมีปัญหาเรื่องการเดิน ผู้ปกครองก็ทำรถเข็นจากกระต่ายขูดมะพร้าวและทำล้อเสริม โดยนำถุงทรายถ่วงน้ำหนักกดที่ตัวรถ เพื่อไม่ให้รถล้มง่ายๆ ซึ่งสามารถให้เด็กใช้ฝึกเดินสร้างกล้ามเนื้อทั้งแขน และขาได้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่ใช้เป็นต้นแบบให้คนอื่นๆสามารถประดิษฐ์ให้ลูก หลานใช้ได้เองในราคาไม่แพง


        
“ สิ่งที่พบในขณะนี้ คือ จำนวนคนพิการมีมากขึ้น โดยเฉพาะเด็กออทิสติก ซึ่งในจังหวัดนครพนม มีผู้ลงทะเบียนคนพิการ 23,000 กว่าคน ขณะที่มีประชากรในจังหวัดประมาณ 780,000 คน หรือ ประมาณ 3 % แต่ผู้มาลงทะเบียนดังกล่าวก็ยังไม่ใช่จำนวนผู้พิการทั้งหมด โดยระบบการศึกษาจะช่วยดูแลคนเหล่านี้ให้มีโอกาสในการสร้างพัฒนาการของตนเอง และพัฒนาเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างไร เพื่อทำให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้แบบคนปกติ ไม่เป็นภาระสำหรับคนอื่น นั่นคือจุดที่สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำให้โอกาสทางการศึกษา ” ดร.สุภัทร กล่าว
          


เชื่อว่าการลงพื้นที่จังหวัดนครพนมครั้งนี้ จะทำให้กรรมการสภาการศึกษา นำข้อมูลพื้นฐานสภาพจริงที่ได้พบเห็นมาผนวกความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่กรรมการแต่ละคนมีอยู่ มาพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการศึกษาของชาติ แบบตอบโจทย์ได้ตรงประเด็น ไม่ใช่คิดนโยบายจากจินตนาการ
                                                                                                                                                                                                ณัชชารีย์ วิเชียรรัตน์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 45