อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

สพฐ. ชงตั้งคณะกรรมการปรับหลักสูตรขั้นพื้นฐาน

รองเลขาธิการ กพฐ. เผย เตรียมเสนอรายชื่อตั้งคณะกรรมการปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ รมว.ศึกษาธิการ พิจารณาในเร็วๆนี้   จันทร์ที่ 2 กันยายน 2562 เวลา 05.42 น.

วันนี้ (2 ก.ย.) นายพีระ รัตนวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)  เปิดเผยว่า  ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับเด็กในศตวรรษที่ 21 นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมที่จะเสนอรายชื่อคณะกรรมการที่เข้ามาดูแลเรื่องการปรับหลักสูตรโดยเฉพาะ ให้ รมว.ศธ.เป็นผู้ลงนามเห็นชอบ ทั้งนี้กรรมการจะมีบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรจากภายนอกเข้ามาร่วมด้วย นอกจากนี้การปรับหลักสูตร สพฐ.ได้มีการเตรียมการในเรื่องต่างๆ ไปบ้างแล้ว เช่น การสร้างเครื่องมือวัดผลที่อิงสมรรถนะ ซึ่งต่อจากนี้การประเมินจะไม่เน้นเรื่องความรู้เพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นในเรื่องของสมรรถนะด้วย โดยดูเรื่องการปฏิบัติต่างๆ ที่มีพื้นฐานมาจากความรู้ ทักษะ ความนิยมที่ได้ศึกษามา เช่น การเพาะเห็ด เด็กจะต้องรู้ว่าเห็ดมีกี่ประเภท แต่ละชนิดจะเจริญเติบโตได้อย่างไร ปลูกอย่างไร กินอาหารชนิดไหน ต้องกำหนดอุณหภูมิเท่าไร ดูแลรักษาอย่างไร เป็นต้น ซึ่งการเรียนการสอนก็จะต้องปรับไปในทิศทางที่จะส่งเสริมให้ผู้เรียนมีสมรรถนะด้วย เพราะนอกจากเด็กจะมีสมรรถนะแล้ว การจัดการเรียนการสอนในลักษณะนี้จะทำให้เด็กมีค่านิยมที่ดี มีวินัย ความขยัน ความใส่ใจและความใฝ่รู้ใฝ่เรียน
 
“ที่ผ่านมาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551  ได้กำหนดสมรรถนะไว้อยู่แล้ว 5 ด้าน คือ 1.ความสามารถในการสื่อสาร2.ความสามารถในการคิด 3.ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และ 5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี แต่ต่อจากนี้ สพฐ.จะนำมาเน้นย้ำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เวลาเด็กจะเรียนรู้เรื่องอะไรจะต้องมีการฝึกปฏิบัติจะมีความเชี่ยวชาญ และมีการเสริมค่านิยม คุณลักษณะที่ดีให้เกิดเป็นสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะมีการปรับหลักสูตรแล้ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การนำไปปฏิบัติ การวัดผลประเมินผลที่จะต้องประสานไปในทิศทางเดียวกันด้วย”รองเลขาฯ กพฐ.กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    13%
  • ไม่เห็นด้วย
    88%

บอกต่อ : 44