อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562

สกสค.ถกออมสินให้ครูต่อเบี้ยประกันเงินกู้ ช.พ.ค.ราคาถูก

สกสค.เตรียม ถก ธนาคารออมสิน ให้ครูต่อเบี้ยประกันเงินกู้ราคาถูก อังคารที่ 3 กันยายน 2562 เวลา 17.00 น.

วันนี้ (3 ก.ย.)นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ตามทึ่ครูและบุคลากรทางการศึกษาทึ่เป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งได้กู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.5-7 กับทางธนาคารออมสิน และกรมธรรม์จะทยอยครบกำหนดในปี 2562 เป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้กู้เงินกับโครงการดังกล่าวจะต้องทำประกันเงินกู้ใหม่ตามสัญญานั้น เบื้องต้นตนได้หารือกับทางผู้บริหารของธนาคารออมสิน โดยยืนยันที่จะให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียเงินกับการจ่ายประกันเงินกู้รอบนี้ในจำนวนที่ถูกที่สุด ทั้งนี้ธนาคารออมสินจะต้องคัดเลือกบริษัทประกันชีวิตที่เสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุดและมีเบี้ยประกันทึ่ถูกที่สุด เพื่อให้สมาชิก ช.พ.ค.ได้รับผลกระทบที่เป็นภาระค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ซึ่งทางธนาคารออมสินก็เห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะขอพิจารณาบริษัทประกันที่มั่นคง และมีความน่าเชื่อถือมาประกอบการพิจารณาด้วย จะได้ไม่เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
          
ปฎิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวอีกว่า ล่าสุดทางธนาคารออมสินได้ออกประกาศเชิญชวนบริษัทประกันภัยเสนอกรมธรรม์ประกันสินเชื่อโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.แล้ว ทราบว่ามีบริษัทประกันภัยให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมเสนอกรมธรรม์ประกันภัยในโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะประโยชน์จะได้ตกไปอยู่กับครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะต้องทำประกันเงินกู้ในรอบนี้ อย่างไรก็ตามตนคิดว่าคงใช้เวลาไม่นานคณะกรรมการร่วมระหว่าง สกสค.และธนาคารออมสินที่พิจารณาเรื่องนี้น่าจะคัดเลือกบริษัทประกันภัยที่เหมาะสมได้ ที่แน่ๆ ตนมั่นใจว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาจะได้จ่ายค่าเบี้ยประกันถูกกว่าที่ผ่านๆ มาอย่างแน่นอน
          
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของ สกสค.พบว่า ในปี 2562 มีสมาชิกที่ครบกำหนดจะต้อง ทำประกันเงินกู้โครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. 5-7 รอบใหม่ จำนวน 171,051 ราย ปี 2563 จำนวน 125,515 ราย ปี 2564 จำนวน 98,130 ราย ปี 2565 จำนวน 36,011 ราย ปี 2566 จำนวน 13,965 ราย และปี 2567 จำนวน 2,927 ราย รวมทั้งสิ้น จำนวน 447,599 ราย ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินมหาศาลของวงการประกันภัยที่หลายๆ บริษัทต่างต้องการเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งจากผลประโยชน์ก้อนนี้.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 54