อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562

กสศ.จับมือ20จว.ช่วยเหลือ"เด็กเปราะบาง"

20 จังหวัดจับมือกสศ. - ศธ. - พม. และสถ. เดินหน้าค้นหา– ช่วยเหลือ- ฟื้นฟูเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษารายคนกสศ.พร้อมช่วย5,000 คนแรกหลังพบปี62 มีเด็กนอกระบบมากกว่า8 แสนคนใน20 จังหวัดนำร่องชวนสังคมไทยร่วมบริจาคช่วยเด็กๆหลุดพ้นจาก3 วงจรเสี่ยง“งานอันตรายรายได้ต่ำ–ค้าประเวณี-ยุวอาชญากร” เสาร์ที่ 21 กันยายน 2562 เวลา 16.46 น.

  
วันนี้(21 ก.ย.) ที่สยามสแควร์วันกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) องค์การช่วยเหลือเด็ก(Save the Children) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)  และภาคีเครือข่าย20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเปิดตัวโครงการรณรงค์“เด็กไร้…ได้เรียนเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพื่อค้นหาช่วยเหลือเด็กนอกระบบให้มีโอกาสกลับมาในเส้นทางการศึกษาอีกครั้ง

ศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับที่ปรึกษาคณะกรรมการกสศ. และผู้อำนวยการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็กเยาวชนและครอบครัวคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่าเด็กและเยาวชนนอกระบบจะติดกับดักชีวิตที่เรียกว่าโง่จนเจ็บเป็นวงจรจากรุ่นสู่รุ่น  ถูกสังคมมองข้ามไม่ให้ความสำคัญมาโดยตลอดด้วยอคติเชิงลบ  เส้นทางชีวิตของเด็กและเยาวชนจะเป็นศูนย์หรือติดลบทันทีเมื่อหลุดออกนอกระบบการศึกษาเพราะมีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่วงจรสังคมสีเทาที่อันตราย3 เรื่องสำคัญ1.เส้นทางแรงงานนอกระบบมีรายได้ต่ำถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบทำงานที่เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตสุขภาพ  2.เส้นทางของการค้าประเวณีโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง3.เส้นทางยุวอาชญากรตกอยู่ในวังวนยาเสพติดเป็นเด็กเดินยาลักเล็กขโมย
 
“ถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้ดำเนินต่อไปอย่างไม่สนใจผลักไสให้พวกเขาไปอยู่ด้านมืดของสังคมในที่สุดผลเสียจะเกิดแก่สังคมและประเทศชาติทั้งที่เด็กนอกระบบจำนวนมากมีต้นทุนของความใฝ่ดีมีความอดทนความกตัญญูกตเวทีมองเห็นคุณค่าของการเรียนแต่ไม่มีโอกาสดังนั้นสิ่งที่สังคมไทยควรเรียนรู้คือการเปลี่ยนมุมมองต่อเด็กนอกระบบใหม่ช่วยกันเยียวยาชีวิตให้โอกาสรวมถึงช่วยกันสมทบความช่วยเหลือเพื่อสร้างคนให้ชีวิตใหม่ต่อยอดอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว


 
นายพัฒนะพงษ์สุขมะดันผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวว่ากสศ.ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) และเครือข่าย20 จังหวัดสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้แก่เชียงใหม่แม่ฮ่องสอนลำปางน่านแพร่สุโขทัยพิษณุโลกขอนแก่นมหาสารคามสุรินทร์อำนาจเจริญอุบลราชธานีนครราชสีมากาญจนบุรีนครนายกระยองสุราษฎร์ธานีภูเก็ตยะลาและสงขลา  ดำเนินโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาระดมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาอายุระหว่าง2-21 ปี  โดยทั้ง20 จังหวัดจะใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศเชื่อมฐานทะเบียนราษฎร์กระทรวงมหาดไทยกับข้อมูลเด็กปฐมวัยของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ส่วนเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการและข้อมูลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาจากกศน. เพื่อคัดกรองรายชื่อเด็กเยาวชนนอกระบบให้เป็นปัจจุบันที่สุด
 
ผู้ช่วยผู้จัดการกสศ. กล่าวอีกว่าข้อมูลที่ได้มาจากความร่วมมือของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กระทรวงศึกษาธิการกศน. ท้องถิ่นจังหวัดและภาคีอีก20 จังหวัดทำให้ทราบว่าในเบื้องต้นจนถึงช่วงเดือนกันยายน2562  พบข้อมูลเด็กและเยาวชนนอกระบบที่มีอายุระหว่าง2-21 ปีเฉพาะใน20 จังหวัด  มีจำนวน867,242 คน  แบ่งเป็นเด็กปฐมวัยช่วงอายุ2-6 ปีจำนวน242,002 คนช่วงอายุ  7-17 ปีจำนวน177,383 คนและอายุระหว่าง18-21 ปีจำนวน  447,846 คนสำหรับตัวเลขเด็กและเยาวชนนอกระบบรายจังหวัดเช่นนครราชสีมา116,422 คนอุบลราชธานี95,613 คน  เชียงใหม่92,525 คนขอนแก่น78,977 คนสุราษฎร์ธานี59,261 คน  มหาสารคาม45,103 คนกาญจนบุรี43,914 คนพิษณุโลก36,904 คนยะลา34,991 คนเป็นต้น  ซึ่งทั้ง20 จังหวัดจะใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการทำงานแต่ละจังหวัดจะนำรายชื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบเหล่านี้พร้อมระดมสรรพกำลังเช่นกศน.จังหวัดอพม. อาสาสมัครออกไปค้นหาสำรวจให้พบตัวเด็กโดยมีสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเป็นจุดแรกรับช่วยเหลือหลังจากนั้นทีมสหวิชาชีพจะวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกเป็นรายบุคคลเพื่อทำแผนดูแลเด็กเป็นรายกรณีด้วยแนวทางที่มีความยืดหยุ่น  โดยมีท้องถิ่น/ท้องที่ประชาสังคมองค์กรเอกชนมูลนิธิต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมด้วยมีเป้าหมายเพื่อส่งต่อให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษาก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป

“เด็กและเยาวชนนอกระบบเป็นกลุ่มเปราะบางการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาโรงเรียนเองก็จะต้อง
ปรับการเรียนการสอนให้มีความพร้อมที่จะรองรับมีระบบแนะแนวเพื่อไม่ให้หลุดออกจากระบบซ้ำอีก  สำหรับกลุ่มที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้เพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพหรือมีข้อจำกัดก็จะมีทางเลือกอื่นๆที่มีความยืดหยุ่นตามสภาพปัญหาของเด็กแต่ละคนซึ่งตรงนี้ทางกศน. จะมีบทบาทสำคัญมากในการจัดโปรแกรมการเรียนรู้พัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาเด็กต่อไป  ทั้งนี้ในปี2562 กสศ.ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเด็กนอกระบบกลุ่มแรกจำนวน5,000 คนๆละ4,000 บาทแต่ในขณะที่ขนาดของปัญหานี้มีเด็กและเยาวชนเป้าหมายเป็นหลักแสนหรืออาจถึงหลักล้านกสศ.ร่วมกับ20 จังหวัดจึงขอเชิญชวนประชาชนและทุกภาคส่วนต่างๆในสังคมร่วมบริจาคในโครงการ“ล้านคนล้านใจร่วมบริจาคกับกสศ. ให้โอกาสเด็กไร้...ได้เรียน”โดยสามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี2 เท่าได้อัตโนมัติที่https://donate.eef.or.th/main-donate หรือสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหมายเลขโทรศัพท์02-079-5475” นายพัฒนะพงษ์กล่าว
 
นางวารินชุมสายณอยุธยาผู้จัดการโครงการองค์การช่วยเหลือเด็กกล่าวว่าแม้เด็กๆส่วนใหญ่  ในประเทศไทยในปัจจุบันจะอยู่ดีกินดีมีการศึกษาที่ดี  กว่าเด็กๆในอดีตแต่ก็ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเด็กกลุ่มเปราะบางที่ยังถูกมองข้ามอาทิเด็กยากจนเด็กที่มีสภาพบกพร่องทางร่างกายเด็กชนกุล่มน้อยเด็กไร้รัฐและเด็กต่างด้าวจึงนับว่าเป็นปัญหาที่น่าวิตกและนั่นเป็นเหตุผลที่องค์การช่วยเหลือเด็กได้พยายามรณรงค์เพื่อให้เด็กๆทุกคนในประเทศไทยสามารถเข้าเรียนและพัฒนาอย่างเสมอภาคไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานการณ์มีภูมิหลังหรือสัญชาติใดๆ
 
"เด็กทุกคนล้วนมีสิทธิในการเข้าเรียนได้รับการศึกษาเพื่อเป็นรากฐานพัฒนาการที่แข็งแรงและสุขภาวะในวัยเด็กหากเด็กไม่สามารถเรียนรู้ไม่ว่าจะมาเป็นเพราะขาดเอกสารสำคัญมีทุนทรัพย์ไม่เพียงพอหรือการที่พวกเขาต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยอันควรเช่นในกรณีพ่อแม่วัยใสและนี่คือสาเหตุสำคัญของความร่วมมือระหว่างกสศ. องค์การช่วยเหลือเด็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันทำงานเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างไม่ตกหล่น” นางวารินกล่าว

น้องธนกรนิโรรัมหรือ“อ๋า” เด็กนอกระบบการศึกษาจากจ.สุรินทร์กล่าวว่าผมตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนระหว่างอยู่ชั้นม.1 เพื่อไปทำงานรับจ้างเป็นเด็กยกเครื่องเสียงให้กับวงหมอลำที่อยู่ในหมู่บ้านตระเวนรับงานตามงานวัดงานบวชต่างๆรายได้จากงานรับจ้างที่ไม่แน่นอนเงินที่ได้นำไปช่วยจุนเจือครอบครัวตอนที่ต้องออกจากโรงเรียนผมยังหวังว่าจะได้กลับไปเรียนเสมอตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เรียนก็อยากเรียนให้จบเหมือนเพื่อน

“เชื่อว่าคนอื่นๆที่เป็นเหมือนผมหลายคนอยากจะกลับไปเรียนไม่มีใครอยากทิ้งอนาคตและผมอยากให้คนอื่นมองเห็นคุณค่าในตัวพวกผมให้สังคมเข้าใจว่าพวกเราไม่ได้อยากหยุดเรียนขอเพียงทุกคนให้โอกาสพวกเราและอยากจะบอกไปถึงเพื่อนๆทุกคนที่เป็นเหมือนผมให้ลุกขึ้นมาสู้มีกำลังใจอย่ายอมแพ้อนาคตผมฝันแล้วว่าถ้าหากได้กลับเข้ามาเรียนอีกผมจะสอบเป็นทหารหาเงินมาดูแลครอบครัว” น้องธนกรกล่าว

ทั้งนี้โครงการนี้ยังได้ระดมพลังศิลปินGraffiti ชั้นนำของเมืองไทยกว่า20 ชีวิตร่วมสร้างผลงานกราฟฟิตี้ภาพชีวิต#iWasHere (ฉันเคยอยู่ตรงนี้) ถ่ายทอดเรื่องราวการมีอยู่ของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เพื่อเป็นการบันทึกว่าครั้งหนึ่งเคยมีเด็กและเยาวชนที่ต้องออกจากระบบการศึกษาและใช้ชีวิตเร่ร่อนตามสถานที่ต่างๆเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว  โดยปรากฎตามกำแพงสำคัญๆใน20 จังหวัดของประเทศไทยได้แก่เชียงใหม่แม่ฮ่องสอนลำปางน่านแพร่สุโขทัยพิษณุโลกขอนแก่นมหาสารคามสุรินทร์อำนาจเจริญอุบลราชธานีนครราชสีมากาญจนบุรีนครนายกระยองสุราษฎร์ธานีภูเก็ตยะลาและสงขลาอีกด้วย.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 42