อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

21ปี มฟล.มุ่งสู่ศูนย์กลางการแพทย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง

"จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ปี 2020 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือ มฟล.ติดอันดับอยู่ในช่วงที่ 601-800 และเป็นปีแรกที่ มฟล.ติดอันดับ อีกทั้งยังมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยคู่กับมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย อาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น.

 "จากผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ปี 2020  มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หรือ มฟล.ติดอันดับอยู่ในช่วงที่ 601-800 และเป็นปีแรกที่ มฟล.ติดอันดับ อีกทั้งยังมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งของประเทศไทยคู่กับมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจและดีใจมากของชาว มฟล. ทั้งหมดนี้มาจากการสะสมประสบการณ์มายาวนาน จนแตกดอกออกผล เหมือนคนอายุ 21 ปี คือเติบโตเต็มวัยพอดี  แสดงว่า มฟล. มีความเข้มแข็งทางวิชาการและในทศวรรษที่ 3 ของ มฟล.มุ่งจะเป็นผู้นำการศึกษาของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและมหาวิทยาลัยในระดับโลก ” นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลการดำเนินงานของ มฟล.ในช่วงที่ผ่านมาที่ รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มฟล. ได้รายงานให้ประชาชนชาวจังหวัดเชียงรายได้รับทราบในโอกาสครบรอบ 21 ปี ของการสถาปนา มฟล. ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้
          
นอกจากนี้ อธิการบดี มฟล.ยังให้คำมั่นสัญญาที่จะมุ่งมั่นและนำพา มฟล.ก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง พร้อมประกาศชัดเจนว่าจะขับเคลื่อน “ศูนย์การแพทย์ มฟล. สู่ศูนย์กลางการแพทย์แห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง “หรือ Medical Education Hub และ Medical Service Hub โดยมุ่งหวังให้บริการคนไทยและนานาชาติ โดยเฉพาะชาวลุ่มแม่น้ำโขงทั้งไทย เมียนมาลาว เวียดนาม  กัมพูชา จีน ต่อไป โดย รศ.ดร.ชยาพร บอกว่า การพัฒนาศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นเรื่องหลักที่ต้องดำเนินการ ซึ่งอยู่ในช่วงการเจริญเติบโตที่จะต้องขับเคลื่อนให้ถึงสมรรถนะในบริการการดูแลสุขภาพและสาธารณสุขของระดับประเทศไทยครบทุกด้าน ซึ่งต้องใช้สรรพกำลังและทรัพยากรจำนวนมาก สิ่งนี้เป็นแนวทางสำคัญมุ่งหน้าของมฟล.ต่อไป
     
จากเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนศูนย์การแพทย์ มฟล. สู่ศูนย์กลางการแพทย์แห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงนั้นเรื่องนี้ รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง มฟล. ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการศูนย์การแพทย์ มฟล. เล่าให้ฟังว่า  ศูนย์การแพทย์มฟล. ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล. ให้บริการผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทาง ส่งเสริมสุขภาพชุมชน แหล่งฝึกปฎิบัตินักศึกษา แหล่งศึกษาวิจัยทางการแพทย์ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และแพทย์อาสาบรมราชกุมารี 2.โรงพยาบาล มฟล.ให้บริการผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป โดยเป็นแหล่งฝึกปฎิบัติด้านการแพทย์แบบบูรณาการ( Integrative Medicine) บริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนไทย และบริการตรวจรักษาด้วยแพทย์แผนจีน และ3. ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรแห่งภาคเหนือและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ให้บริการผู้ไม่อยากป่วย ซึ่งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรฯ ถือว่าเป็นจุดเด่นของศูนย์การแพทย์มฟล. หรือจะมีการดูแลสุขภาพแบบ3 Pคือ ส่งเสริมและให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพ (Promotion) ให้รู้จักป้องกันการเกิดโรค (Prevention) และให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อการคัดกรอง (Prediction) รวมถึงการฟื้นฟูสุขภาพหลังการเจ็บป่วย และดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์ชะลอวัย


       
รศ.ดร.วันชัย  เล่าอีกว่า  ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรฯจะแยกออกมาจากโรงพยาบาล มฟล. เพราะต้องการนำคนไม่ป่วยออกจากคนป่วย เพื่อมาดูแลและให้บริการด้านสุขภาพ เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคก็จะส่งต่อไปรักษาตามอาการได้ทันที ถ้าเราสามารถทำได้ทั้ง  3P จะทำให้คนเราสุขภาพดีทุกช่วงวัย ไม่เจ็บป่วย  ลดค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาล ลดค่าใช้จ่ายของรัฐด้วย อีกทั้งทำให้เกิดการชะลอวัยอย่างมีความสุข อย่างไรก็ตามศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรฯนี้ถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีในประเทศไทยที่มีการแยกผู้ป่วยและผู้ไม่ป่วยออกไปอยู่คนละจุด


     

“ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรฯเป็นศูนย์ที่มีความสำคัญต่อบ้านเมืองที่สุด คือลดการเจ็บป่วย  และการลดการเจ็บป่วยสำคัญกว่าการรักษา ถ้าต้องรักษาคือเงิน และเวลา  ความทุกข์ทรมานของครองครัวจะเกิดขึ้น เราจึงให้ความสำคัญกับศูนย์นี้อย่างมากในอนาคต เน้นการดูแลคนทุกช่วงวัยให้มีสุขภาพดีและมีความสุข และองค์การอนามัยโลกยังประกาศแล้วว่าอนาคตแนวโน้มการบริการสุขภาพนั้น เรื่องการดูแลสุขภาพ และป้องกันการเกิดโรคสำคัญที่สุดว่าศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจรฯเปิดให้บริการมาเกือบ2ปีมีประชาชนมาใช้บริการ25,000คน  จำนวนครึ่งที่มาใช้บริการรู้จักวิธีดูแลรักษาตัวเอง อีกครึ่งได้รับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นเพื่อคัดกรองโรค อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการเข้ามารับบริการก็น้อยมากต่อปีต่อคนไม่ถึง3,000-5,000 บาท  ผมเชื่อว่าในปี2565 ศูนย์การแพทย์ มฟล.จะสมบูรณ์แน่นอน ทั้งบุคลากร เครื่องมือ การดูแลรักษาให้บริการ และเป็นที่ฝึกปฎิบัติของนักศึกษาแพทย์ มฟล. โดยไม่ต้องไปฝึกปฎิบัติในโรงพยาบาลอื่น หากรัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนเชื่อว่าศูนย์แห่งนี้จะช่วยคนยากจนได้มากกว่านี้ และคุณภาพการรักษาไม่ต่างจากโรงพยาบาลชั้นนำทั่วไป ”รศ.ดร.วันชัย กล่าว


        
ด้านนพ.พิษณุ บุญประเสริฐ แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรศาตร์ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล. กล่าวเสริมว่า   โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ มฟล.เป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 137 ไร่ ติดถนนพหลโยธินห่างจากที่ตั้งหลักของ มฟล.ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันมีประชาชนเดินทางไปใช้บริการสูงสุดวันละ 340 คน ขณะที่เป้าหมายของโรงพยาบาลประมาณ 600 คนต่อวัน ส่วนจุดเด่นการรักษาโรคคือเฉพาะทางด้านกระดูก ด้านหัวใจ คือการสวนหัวใจ และด้านสูตินารีแพทย์  ที่สำคัญเป็นโรงพยาบาลของรัฐ โดยสามารถเบิกจ่ายได้ตามสิทธิการรักษาของผู้ป่วย



หวังว่าศูนย์การแพทย์ มฟล.จะเป็นอีกทางเลือกการดูแลและรักษาสุขภาพให้แก่คนไทยในภาคเหนือและในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง มุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการแพทย์แห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้สำเร็จ
    

พูนทรัพย์ ทองทาบ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28