อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มกราคม 2563

ตั้งศูนย์วิจัยแก้ขยะพลาสติกในทะเลไทย

จุฬาฯ -ทช.- คพ. จับมือ สถาบันการศึกษาญี่ปุ่น ผุดศูนย์วิจัยขยะ พลาสติกในทะเล หวังลดขยะพลาสติกในน่านน้ำไทย โดยได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น พบข่าวดี ปี 2562 พฤติกรรมคนไทย ใช้ถุงพลาสติกลดลง จันทร์ที่ 7 ตุลาคม 2562 เวลา 13.40 น.

วันนี้ ( 7 ต.ค. ) ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการความร่วมมือ ในการทำวิจัยขยะพลาสติกในทะเล พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์วิจัยในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ความร่วมมือ ระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยมี ศ.นพ.เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายสมชาย ทรงประกอบ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ดร.ธิราช รุ่งเรืองกนกกุล ผู้อำนวยการสมาคมการตลาดเพื่อการเกษตรและอาหารแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และ ประธานคณะทำงานด้านอาหารและเกษตร องค์การสหประชาชาติ เอเซียแปซิฟิก (UN-AFMA-FAO Annex) ร่วมแถลงข่าว
รศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมา จุฬาฯได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับขยะทะเลและไมโครพลาสติกมาอย่าง ต่อเนื่อง และขยะเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยภายใต้โครงการนี้ จะมีความร่วมมือ กับหน่วยงานรัฐ คือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมควบคุมมลพิษ รวมถึงมหาวิทยาลัยอีก 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รศ.ดร. วรณพ กล่าวต่อไปว่า  โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่าน Japan International Cooperation Agency (JICA) และมี มหาวิทยาลัยญี่ปุ่น รวม 7 แห่ง เข้าร่วม ได้แก่ Kyushu University, Tokyo University of Marine Science and Technology, Tokyo University of Agriculture and Technology, Kyoto University, Kumamoto University, Chuo University และ Kagoshima University โดยมีระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปี ส่วนเป้าหมายสำคัญขอ ง โครงการ คือ เพื่อลดปริมาณขยะทะเลในน่านน้ำ ไทย โดยเฉพาะขยะพลาสติก ให้สอดคล้องกับ SDGs14 อันเป็นการปกป้องและอนุรักษ์ทะเลและทรัพยากรใน ทะเลไทย ผ่านการศึกษาวิจัย การมีส่วนร่วม การสร้างจิตสำนึก และการสร้างชุมชนเข็มแข็ง และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเพื่อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้ง ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนใน กระบวนการเฝ้าระวัง ตรวจติดตาม และป้องกันปัญหามลพิษจากขยะทะเลและขยะพลาสติกในน่านน้ำไทย

“โครงการความร่วมมือในการทำวิจัยขยะพลาสติกในทะเลฯ มีระยะเวลาการดำเนินการ 5 ปี ซึ่งจะมีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ไทยและญี่ปุ่นสำรวจวิจัยขยะพลาสติกในทะเลไทยและทะเลจีนใต้ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการความร่วมมือศึกษาวิจัยครั้งแรกที่ขยายผลไปถึงทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญ เป็นพื้นที่ที่ตั้งของประเทศที่มีปัญหาขยะพลาสติก ไมโครพลาสติกในทะเลติด 10 อันดับของโลก โดยในปีที่ 1-3 จะร่วมศึกษาวิจัยกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ได้ข้อมูลของที่มาของขยะพลาสติก ไปถึงทิศทางการเคลื่อนที่ของขยะตั้งแต่บนสู่ทะเล ช่วงเวลาการเคลื่อนที่ของขยะในทะเล โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจะสนับสนุนเครื่องมือสำหรับวิจัยตลอดโครงการความร่วมมือ ซึ่งใน 3 ปีแรกนี้จะได้ข้อมูลสำคัญนำมาจำลองทางคณิตศาสตร์ ใช้ในการกำหนดมาตรการ ให้คำแนะนำในการจัดการให้หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในการลดขยะพลาสติก และเมื่อครบระยะเวลาวิจัย 5 ปี จะทำให้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิต และมนุษย์ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้แนวทางจัดการขยะพลาสติกของไทยมีประสิทธิภาพ รวมถึงประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียนด้วย”รศ.ดร. วรณพ กล่าว
รศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ทูตแห่งมหาสมุทรเพื่อความยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียตะวันออก จาก UN-FAO-AFMA Annex กล่าวว่า  นักวิจัยจุฬาฯ ได้รณรงค์แก้ไขปัญหาขยะในทะเลอย่าง ต่อเนื่อง และล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากโครงการทะเลไทยไร้ขยะ จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ใน การสร้างจิตสำนึกให้กับชุมชน โดยเลือกชุมชนบ้านช่องแสมสาร เพื่อจัดทำเป็น “แสมสารโมเดล” ในการลด ละ เลิก การทิ้งขยะลงสู่ ทะเลผ่านการสร้างจิตสำนึก และผ่านนวัตกรรมทางสังคม เพื่อที่จะผลักดันให้แสมสาร ไม่ใช่เป็นแค่ตัวอย่างพื้นที่ในการลดปริมาณของขยะที่ลงสู่ทะเล แต่จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สืบต่อไป”

 รศ.ดร.สุชนา กล่าวด้วยว่า  พลาสติกนอกจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์ทะเลแล้ว ยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของขยะพลาสติกเป็นไมโครพลาสติก และนาโนพลาสติก ซึ่งมีรายงานการวิจัยพบว่าไมโครพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในสัตว์น้ำ สัตว์ทะเลจำนวนมาก หากไม่มีการจัดการอย่างจริงจัง ไมโครพลาสติกเหล่านี้ก็จะส่งผลกระทบต่อมนุษย์ซึ่งบริโภคสัตว์น้ำเป็นอาหารด้วย โดยเฉลี่ยแล้วจะพบไมโครพลาสติกปนเปื้อนกว่า 10,000 ชิ้นต่อคน

“สำรวจการใช้งานพลาสติกประเทศใช้แล้วทิ้งในปัจจุบันในปี 2562 เฉลี่ยแล้วประชากรไทยใช้พลาสติกลดลงจากเดิม 8 ชิ้นต่อคนต่อวัน เหลือเพียง 1-2 ชิ้นต่อคนต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติก 1.18 ใบต่อคนต่อวัน ,ขวดน้ำพลาสติก 1.51 ขวดต่อคนต่อวัน ,หลอดพลาสติก 0.69 ชิ้นต่อคนต่อวัน ,แก้วพลาสติก 0.78 ใบต่อคนต่อวัน และก้านสำลี 1 ก้านต่อคนต่อวัน” รศ.ดร.สุชนากล่าว


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 20