อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562

"กนกวรรณ"เดินหน้าปราจีนโมเดล

“กนกวรรณ”ชูปราจีนโมเดลต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้แน่นอน อังคารที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 16.42 น.

วันนี้(22 ต.ค.)ที่  ห้องประชุมโกวิทวรพิพัฒน์ ชั้น 3 อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) ว่า ตนได้กำหนดนโยบายในการบริหาร การศึกษา “มุ่งจัดการศึกษาเพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัย ได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างเสมอภาคและเท่าเทียม จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind) โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และนโยบายของรัฐบาล เป็นไปตาม เป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2030 โดยน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นแนวทางในการดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพ ประชากรที่มีคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการศึกษา มีการปฏิรูประบบการบริหารจัดการศึกษา ทุ่มเทงบประมาณสำหรับการพัฒนาคนให้มีคุณภาพ อย่างเต็มที่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศให้มีความ เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ  

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการจังหวัดต้นแบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการ (ปราจีนบุรีโมเดล) นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการศึกษาในส่วนภูมิภาคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาแบบบูรณาการในจังหวัดปราจีนบุรี และเพื่อส่งเสริมความเสมอภาค และลดความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยคาดว่าจะสามารถ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ได้แก่ เด็กตกหล่น และเด็กออกกลางคัน  ซึ่งประชากรกลุ่มนี้เป็นผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา จึงถือเป็นภารกิจสำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม และเสมอภาค

“อย่างไรก็ตามปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการยังคงประสบปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก เนื่องจากประชากรลดลง ในบางพื้นที่มีสถานศึกษาในระดับเดียวกันเป็นจำนวนมาก และมีแผนการรับนักเรียนที่มีจำนวนมากกว่าประชากรวัยเรียน มาตรการการควบรวม และเลิกสถานศึกษาขนาดเล็ก ยังคงเป็นปัญหาความเห็นที่แตกต่างกัน ในขณะเดียวกันหลักการจัดการศึกษา กำหนดให้ทุกภาคส่วนสามารถจัดการศึกษาได้ทุกระดับ ทุกประเภทการศึกษา แต่ยังไม่มีการวางแผนในการจัดตั้งสถานศึกษาให้สอดคล้องกับจำนวนผู้เรียนแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกันผู้เรียนเองก็ยังไม่สามารถค้นหาตนเองได้ว่ามีความถนัดหรือความสนใจเรียนอะไร ดังนั้นจำเป็นต้องมีการให้คำปรึกษาผู้เรียนเป็นรายบุคคลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกเส้นทางการศึกษาต่อและประกอบอาชีพได้ตรงตามความถนัด ความสนใจของตนเองและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน”ดร.กนกวรรณกล่าวและว่า  นอกจากนี้ยังมีปัญหาของการว่างงานของผู้ที่จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งหน่วยงานทางการศึกษาและ สถานศึกษาต้องใช้ข้อมูลสำหรับการวางแผนสำหรับการเปิดสาขาอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และตลาดงาน  รวมถึงขาดการบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงาน สถานศึกษาและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการจัดการศึกษาในพื้นที่ระดับจังหวัด ขาดการวางแผนเพื่อการระดมทรัพยากรและใช้ทรัพยากรร่วมกัน  การบริหารจัดการข้อมูลเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่ยังไม่เป็นระบบ ทำให้ยังคงปรากฏความเหลื่อมล้ำของนักเรียนและสถานศึกษาอย่างที่เป็นอยู่

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยการดำเนินการอย่างเป็นระบบ   โดยการบูรณาการทั้งกิจกรรม บุคลากร และ งบประมาณ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเชื่อมั่นว่า ปราจีนโมเดล จะสามารถช่วยเหลือประชากรวัยเรียนให้ได้เข้ารับการศึกษาทุกคน สามารถจัดทำระบบให้คำปรึกษา การวิเคราะห์ตนเอง เพื่อการศึกษาต่อและเส้นทางสู่การประกอบอาชีพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดปราจีนบุรี  จัดทำ Education mapping  ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี  และวางระบบการระดมและการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันในจังหวัดปราจีนบุรีได้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 98