อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

'โป๊ปฟรังซิส'เสด็จทำพิธีมิสซา ประชาชนแน่นสนามศุภฯ

พิธีมิสซายิ่งใหญ่สมพระเกียรติ 350 ปีแห่งการสถาปนาศาสนาคริสตจักรบนแผ่นดินสยาม "โป๊ปฟรังซิส" เทศน์อย่าปล่อยให้ผู้ไร้ที่พักพิงถูกเพิงเฉย พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.15 น.

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่สนามศุภชลาศัย มีประชาชนเข้าร่วมงานพิธีมิสซาจากทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน กว่า 50,000 คน โดยมีประชาชนชาวเวียดนามลงทะเบียนเข้าร่วมงานสูงสุด ประมาณ 4,500 คน และประชาชนชาวพม่า จำนวน 1,000 คน ทั้งนี้สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้แจกหนังสือที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธีดังกล่าว จำนวน 45,000 เล่ม โดยหนังสือมีชื่อว่า “เส้นทางแห่งรัก” “เส้นทางแห่งสันติ และ “เส้นทางแห่งสันติภาพและภราดรภาพ” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จเยือนไทย ซึ่งเนื้อหาของหนังสือจะเป็นภาพถ่ายและประวัติของสมเด็จพระสันตะปาปากับภาระกิจต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ รวมถึงบทเพลง และบทสวดมนต์ขอพรพระเจ้า

โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเทศน์ตอนหนึ่งว่า ระยะเวลาที่ผ่านไปแล้ว 350 ปี นับตั้งแต่ได้ก่อตั้งมิสซังสยาม (ค.ศ. 1669-2019) ซึ่งเป็สัญลักษณ์แห่งอ้อมกอดฉันพี่น้องที่ได้รับการสถาปนาขึ้นในแผ่นดินแห่งนี้ธรรมทูตเพียง 2 ท่านได้หว่านเมล็ดพันธุ์ ซึ่งได้เติบโตขึ้นมาและผลิดอกออกผลเป็นการริเริ่มงานอภิบาลที่หลากหลายและได้เอื้อประโยชน์ต่อทุกชีวิตในประเทศ





สมเด็จพระสันตะปาปา กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในโอกาสครบรอบการเฉลิมฉลองนี้ไม่ใช่เป็นการฉลองด้วยความโหยหาอดีตแต่ต้องเป็นเหมือนกับเปลวไฟที่น่าความหวัง เพื่อให้เราสามารถตอบสนองคำเชิญชวนของพระเจ้าด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เหมือนกับบรรดาธรรมทูตรุ่นแรกนั้นนี่เป็นความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมยินดีและการระลึกถึงคุณงามความดี ซึ่งจะช่วยเราให้สามารถออกจากตัวเองเพื่อแบ่งปันชีวิตใหม่ ที่มาจากพระวรสารกับสมาชิกครอบครัวของเราที่เรายังไม่รู้จัก เราทุกคนเป็นศิษย์ธรรมทูต เป็นครอบครัวของพระองค์พระผู้เป็นเจ้าและในเวลาที่เราได้แบ่งปันชีวิตอย่างแท้จริงเหมือนกับพระองค์ พระเจ้าไม่กลัวที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับคนบาป เพื่อยืนยันว่ายังมีที่ว่างสงวนไว้สำหรับเขาที่โต๊ะงานเลี้ยงของพระบิดา และในโลกที่เป็น "บ้านอาศัย" ของเราทุกคนพระองค์ได้เคยสัมผัสบุคคลเหล่นั้นที่ถูกตีตราว่าพวกมีมลทิน และยังยินยอมให้เขาสัมผัสพระองค์ด้วย





เพื่อที่เขาจะได้เข้าใจว่า พระเจ้าทรงสถิตอยู่ใกล้เขาและเขาเป็นผู้รับพร พ่อคิดถึงเป็นพิเศษบรรดาเด็กชายหญิงและสตรีที่ตกเป็นเหยื่อของการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ ซึ่งทำให้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขาถูกทำลายไป พ่อคิดถึงเยาวชนที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด และดำเนินชีวิตอย่างไร้ความหมาย โดยการหยุดที่จะใฝ่ฝัน หรือการเผาทำลายความฝันของตัวเอง พ่อคิดถึงบรรดาผู้อพยพที่ไร้บ้านเรือนที่จะพักพิง และจำต้องจากครอบครัวไป พ่อคิดถึงผู้คนอีกจำนวนมากที่อาจจะรู้สึกว่าตนเองถูกลืม เหมือนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้ง พี่น้องของเราจำนวนมากมายที่ดำเนินชีวิตโดยปราศจากแสงสว่างพลังและความบรรเทาใจจากพระเยซูคริสตเจ้า ปราศจากชุมชนแห่งความเชื่อที่ต้อนรับเขา ปราศจากขอบฟ้าแห่งความหมาย พ่อคิดถึงบรรดาชาวประมงที่ถูกเอารัดเอาเปียบ พ่อคิดถึงบรรดาคนขอทานคนที่ไร้ที่พึ่งพิงและถูกเพิกเฉย พวกเขาเหล่านี้เป็นสมาชิกในครอบครัวของเรา เป็นมารดา เป็นพี่น้องของเรา จงอย่าปิดกั้นชุมชนของเราจากใบหน้า บาดแผล รอยยิ้ม และชี วิตของเขา จงอย่าหยุดยั้งความรักความเมตตาของพระเจ้า ในการที่จะเจิมบาดแผลและความเจ็บปวดของเขา ศิษย์ธรรมทูตต้องเข้าใจว่าการแพร่ธรรมไม่เกี่ยวกับการเพิ่มปริมาณหรือการแสดงถึงอิทธิพล หรืออำนาจหากแต่เป็นการเปิดประตูเพื่อการมีส่วนร่วมในอ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตา

จบแล้วทรงนำภาวนา และปิดท้ายมหาพิธีมิสซาด้วยการแสดง "สี่ภาคพิลาสนาฏศิลป์ งามหยาดหยดรดรินถิ่นสยาม" จากนักเรียนโรงเรียนในเครือคณะภคินีเซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร



ด้าน ซิสเตอร์ลำดวน ศรีเจริญตระกูล เจ้าคณะภคินีแพร่ธรรมแห่งพระนางมารีย์ ผู้ปฏิสนธินิรมล กล่าวว่า วันนี้ ชาวคาทอลิกปากะญอมาด้วยหัวใจที่คาดหวังที่จะได้รับพระพร สันติสุขกลับไปรวมถึงอยากจะเห็นสันติสุข ผู้คนรักกันเกิดขึ้นในแผ่นดินไทย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีมิสซาสมเด็จพระสันตะปาปา ได้ทรงสวมอาภรณ์เสื้อกาสุลาสีทองหรือเสื้อชั้นนอกที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมไทยลายกนกจากคณะภคินีพระหฤทัยของพระเยซูเจ้าแห่งกรุงเทพฯ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 36