อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 เมษายน 2563

"สมเด็จพระสันตะปาปา"ชู มหา'ลัย ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

"โป๊ปฟรังซิส" เสด็จจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบผู้นำ 5 ศาสนาสร้างความร่วมมือเพื่อมนุษย์ชาติ พร้อม ทรงปาฐกถาหัวข้อการสร้างสะพานเพื่อสันติภาพและความเข้าใจ ชู กลุ่มคนรุ่นใหม่ต้องร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่โลก เผย มหาวิทยาลัย คือของขวัญ ต้องมุ่งสร้างองค์ความรู้แก้ปัญหาลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.39 น.

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 22 พ.ย. ที่หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระคาร์ดินัลฟรังซิส เซเวียร์เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช อาร์ชบิชอปแห่งเขต ศาสนปกครองกรุงเทพฯ ศ.กิตติคุณนพ.ภิรมย์กมลรัตยกุล นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบิชอบ ยอแซฟชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ ประมุขแห่งเขตศาสนปกครองนครราชสีมาและประธานกรรมาธิการฝ่ายเสวนาระหว่างศาสนาและคริสตศาสนสัมพันธ์ของสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย และคณาจารย์ และนิสิตจุฬาฯ ร่วมรับเสด็จ  จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทักทายจับมือผู้นำศาสนาทั้ง 5 ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู และซิกข์ และผู้ทรงเกียรติ
 
โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ทรงปาฐกถาในหัวข้อ “Building bridges for peace and understanding” หรือการสร้างสะพานเพื่อสันติภาพและความเข้าใจ  ตอนหนึ่งว่า  นับเป็นเวลา 122 ปีที่แล้ว เมื่อ พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าให้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ขึ้น  พระองค์ได้เสด็จเยือนกรุงโรมและได้พบกับสมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13 โดยการพบกันครั้งนั้นได้มีความทรงจำร่วมกัน เพราะพระองค์ดำรงคุณธรรมด้วยการเลิกทาส และประเด็นเหล่านี้ถือเป็นจิตวิญญาณแห่งน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีความเข้าใจร่วมกันที่จะช่วยยุติการเลิกทาสในรูปแบบต่างๆ  แต่ปัจจุบันพบปัญหาการขยายของขบวนการค้ามนุษย์  ดังนั้นความจำเป็นในการเคารพซึ่งกันและกันความนับถือและความร่วมมือระหว่างศาสนานั้นจะต้องมีมากขึ้นเพื่อมนุษยชาติ เพราะโลกของเรากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อน เช่น โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจและการเงินและผลที่ตามมาอย่างร้ายแรงต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี รวมถึงความขัดแย้งในประเทศที่ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายของผู้อพยพผู้ลี้ภัย การกันดารอาหาร และสงคราม ซึ่งความท้าทายเหล่านี้เตือนเราว่าไม่มีภาคส่วนไหนจะช่วยเราได้นอกจากครอบครัวของเราเอง โดยเชื่อว่าความรักจากครอบครัวจะเป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีต่อตนเองและเพื่อนมนุษย์


 
สมเด็จพระสันตะปาปา กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ทั้งหมดในขณะนี้ต้องการให้เรากล้าที่จะคิดค้นวิธีการใหม่ในการสร้างประวัติศาสตร์ โดยที่ไม่ต้องดูหมิ่นใคร เราต้องเผชิญหน้าและมีความร่วมมือกันในทุกศาสนา เพื่อสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในการแก้ไขความขัดแย้งในสังคมโลก ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นของขวัญพิเศษที่จะเป็นก้าวสำคัญในการผลิตคนรุ่นใหม่ ซึ่งสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยแห่งนี้จะต้องวิจัยและเป็นองค์ความรู้ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์ เพราะเยาวชนคือความยุติธรรมและสันติภาพที่จะช่วยสร้างโลกใบนี้ให้ยั่งยืน  โดยอยากให้พวกเราทุกคนได้ฟังเสียงของคนจน คนที่ถูกตัดสิทธิ์ ผู้ถูกกดขี่  ชนพื้นเมืองและชนกลุ่มน้อยทางศาสนาให้มากขึ้น เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ไม่กลัวที่สร้างโอกาสให้เกิดขึ้น ทุกคนต้องร่วมจับมือกันส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และเคารพสิทธิและเสรีภาพทางศาสนา และที่นี่ในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีความงามทางธรรมชาติที่ยอดเยี่ยมฉันอยากจะเน้นคุณสมบัติที่โดดเด่นอย่างหนึ่งที่ฉันคิดว่าสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของความมั่งคั่งที่พวกเราสามารถส่งออก และแบ่งปันกับส่วนอื่น ๆ ของครอบครัวมนุษย์ของเราได้ คือ การแสดงความนับถือห่วงใยผู้อาวุโสกว่าเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29