อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

อาชีวะรุกเคาะประตูชวนเด็กเรียนอาชีพตามโจทย์ประเทศ

“ณรงค์”เดินสายปลุกวิทยาลัยสังกัด สอศ.ปรับแผนการสอน รุกหาเด็กเพิ่มผู้เรียนอาชีวะปี 63 ย้ำเดินตามโจทย์ประเทศ พฤหัสบดีที่ 23 มกราคม 2563 เวลา 12.10 น.


เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่โรงแรมหรรษา เจบี จ.สงขลา นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมขับเคลื่อนจุดเน้นการเพิ่มปริมาณผู้เรียนสายอาชีพ ปีการศึกษา 2563 (สายอาชีวศึกษา 50 : 50 สายสามัญ) ภาตใต้ ว่า เราต้องเร่งรณรงค์แนะแนวให้เด็กเห็นความสำคัญมาเรียนสายอาชีพ ซึ่งไม่ใช่การแย่งเด็กกับสายสามัญฯ แต่เป็นการเดินตามโจทย์ของประเทศ เป็นการให้ทางเลือกกับเด็ก วันนี้ประเทศขาดช่างเทคนิค ขาดช่างฝีมือ

ในหลายพื้นที่มีเด็กจบปริญญาตรีแต่ตกงาน เพราะเรียนตามความอยากและค่านิยม ไม่เรียนตามโจทย์ที่ประเทศต้องการ จึงต้องกลับมาเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ใหม่ เพราะต้องการทักษะวิชาชีพ ดังนั้น อาชีวะต้องมาช่วยคนไทย และประเทศไทย โดยเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพ จากปัจจุบันมีสัดส่วน เรียน สายอาชีวะ ร้อยละ 30 ต่อ สายสามัญ 70 เป็น เรียนสายอาชีวะ 50 ต่อ สายสามัญฯ 50 ให้ได้ วันนี้เราต้องพลิกความเชื่อ พลิกเป้าหมาย

นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า การจัดการเรียนการสอนอาชีวะต้องไม่เหมือนเดิม ต้องมีการเปิดสาขาใหม่ สาขาขาดแคลน ดึงผู้เรียนกลับเข้าสู่ระบบโดยให้มีการเรียนแบบสะสมหน่วยกิตหรือให้มีการเทียบโอน ซึ่งสาขาที่ขาดแคลนมากที่สุด คือ ช่างเชื่อม และอาชีพที่ทิ้งไม่ได้ คือ เกษตร และประมง ทั้งนี้ทุกวิทยาลัยสามารถเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) เฉพาะสาขาได้ ขอให้กลับไปดูวิทยาลัยของตัวเองว่ามีสาขาวิชาอะไรโดดเด่นแล้วเสนอมาที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ. ) เพื่อวางแผนเดินหน้าเปิดเป็น Excellent Center ในสาขานั้นๆในปีต่อๆไป

“การทำให้ประเทศเข้มแข็งได้นั้นต้องมาเติมเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งให้อาชีวะด้วย ดังนั้น สอศ.จะมีการพัฒนาครูแบบวิชาชีพเฉพาะอย่างเป็นระบบทั้งในและต่างประเทศ และถ้าจำเป็นต้องรับครูตำแหน่งใหม่ก็สามารถเปิดตำแหน่งใหม่รองรับได้ รวมถึงมีศูนย์พัฒนาครูทุกสาขาวิชาชีพ ทั้งนี้ในการรับนักเรียน นักศึกษา ปีการศึกษา 2563 นี้ขอให้ทุกวิทยาลัยทำงานเชิงรุกเปิดประตูไปหาเด็ก มีปฏิสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่นๆในพื้นที่ รวมถึงหางานให้เด็กทุกคนมีงานทำ มีรายได้และการของบฯต้องขอเพื่อตอบโจทย์ประเทศ ไม่ใช่ขอตามความขาดหรือความอยาก” นายณรงค์ กล่าว


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 26