อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

แนะจัดการปัญหาฝุ่นด้วยข้อมูลวิชาการ

ราชบัณฑิตย้ำแก้ปัญหาฝุ่นต้องเข้าใจภูมิอากาศ แนะรัฐใช้ข้อมูลเชิงวิชาการประกอบการตัดสินใจกำหนดมาตรการบริหารจัดการที่อาจไม่เหมือนกันในแต่ละปี ชี้รถมอเตอร์ไซค์เป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นมากกว่ารถยนต์ดีเซล พร้อมเสนอควบคุมราคาเครื่องฟอกอากาศและบังคับรถสาธารณะต้องเปลี่ยนไปใช้ไฟฟ้าภายใน 10ปี ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 23.41 น.


เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้มีการแถลง "ข้อมูลใหม่-สถานการณ์ภาวะมลพิษ ฝุ่น PM2.5รุนแรง" โดย ศ.นพ.สุรพล อิสรไกรศีล นายกราชบัณฑิตยสภา กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นได้กลายเป็นปัญหาสังคม และไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะแค่กรุงเทพมหานคร แต่เป็นปัญหาของโลกด้วย เพราะฝุ่นที่ลอยขึ้นไปในอากาศจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก ทำให้ภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงไป สถานการณ์ฝุ่นแต่ละปีก็จะผันแปรไปตามการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

ดังนั้นการแก้ปัญหาฝุ่นในแต่ละปีจึงใช้มาตรการเดียวกันไม่ได้ ต้องอาศัยข้อมูลทางวิชาการมาเป็นตัวช่วยในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม เช่น ปีนี้ถ้ามีการเหลื่อมเวลาทำงาน กำหนดเวลาเดินรถในเขตเมือง หรือเลื่อนเวลาเปิดเรียนเป็นช่วงเที่ยงก็สามารถทำได้ แต่หากเป็นช่วงปี 2562 คงใช้มาตรการนี้ไม่ได้ เพราะสถานการณ์ฝุ่นมีความรุนแรงและต่อเนื่องหนักกว่าปีนี้มาก โดยมีปรากฎการณ์ฝาชีอากาศผกผันครอบอยู่ถึง 2 ชั้น แต่ปีนี้มีเพียงชั้นเดียวและเบาบางด้วย

ศ.ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล ประธานสถาบันโลกร้อนศึกษาประเทศไทย ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า ฝุ่นที่เกิดจากการเผาไหม้ หรือจากไอเสียรถยนต์ เรียกว่าฝุ่นระดับปฐมภูมิ มีขนาด PM2.5 แต่ฝุ่นเหล่านี้เมื่อทำปฏิกิริยากับสิ่งต่างๆ เช่น แสงแดดจะกลายเป็นฝุ่นระดับทุติยภูมิ  ซึ่งเป็นสารพิษอีกประเภทหนึ่ง ส่วนใหญ่จะมีขนาด PM 0.1-0.3 ซึ่งฝุ่นในกรุงเทพปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นระดับทุติยภูมิที่ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าการสูบบุหรี่หลายเท่า ที่ผ่านมาจึงเหมือนเราสูบบุหรี่อยู่ตลอดเวลา

ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาฝุ่นถ้าไม่จับเรื่องภูมิอากาศควบคู่ไปด้วยจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะสถานการณ์ฝุ่นจะขึ้นอยู่กับภูมิอากาศ ดังนั้นการใช้ข้อมูลเชิงวิชาการจะช่วยให้สามารถรู้ล่วงหน้าได้ โดยเฉพาะการคาดการณ์ในช่วง 3-7 วันข้างหน้าจะมีความแม่นยำมากที่สุด และช่วยในการกำหนดมาตรการบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม สำหรับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯและปริมณฑล วันที่ 25-26 ม.ค.จะลดความเข้มข้นลงน้อยกว่า 50 มก.เพราะมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามา แต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังจะเริ่มมีปัญหารุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ๆ เช่น ขอนแก่น

"ผมอยากเสนอมาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที คือ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ทุกภาคส่วนเข้าใจปัญหา แนะนำมาตรการดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยวิกฤติ และเริ่มมาตรการลดฝุ่น เช่น จำกัดปริมาณรถส่วนตัวที่เข้าเมือง โดยเฉพาะช่วง 7.00-10.00 น. โดยออกมาตรการจูงใจ เช่น ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า และควรควบคุมจักรยานยนต์ในเมืองที่มีจำนวนมากและมักมีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดมลพิษมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล รวมถึงบริหารจัดการการเผาวัสดุชีวภาพและการเผาขยะในที่โล่งแจ้งอย่างเป็นระบบ เพราะปัจจุบันยังเผากันอย่างอิสระ''

ส่วนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสังคมใดๆ เช่น ปิดโรงเรียน ควรใช้หลังสุด เพราะทำให้ตื่นตระหนกกระทบการท่องเที่ยว " ศ.ดร.ธนวัฒน์ กล่าวและว่า นอกจากนี้ตนยังมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เช่น บังคับให้รถสาธารณะทุกประเภทเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าภายใน 10ปี ประกาศให้เครื่องฟอกอากาศเป็นสินค้าควบคุมลดภาษีเป็นศูนย์เพื่อให้ประชาชนทุกระดับเข้าถึงได้ เร่งการศึกษาวิจัยค้นหากลไกในการเฝ้าระวังปัญหามลพิษอากาศทั้งระบบ หรือแม้แต่การมีมาตรการทางสังคม เช่น การเพิ่มภาษี หรือไม่สนับสนุนสินค้าของกลุ่มธุรกิจที่มีส่วนในการเผาชีวมวลการเกษตรทั้งในประเทศและภูมิภาคCLMV เป็นต้น

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 39