อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2563

มอบการบ้านสถาบันการเงินวางมาตรการแก้หนี้ครู

เลขานุการ รมว.ศธ. ถก แก้ปัญหาหนี้ครู มอบการบ้านสถาบันการเงินวางมาตรการ เพื่อเคาะหลักเกณฑ์การแก้หนี้ยึดเป็นแนวทางเดียวกัน ด้าน ปลัด ศธ.ส่งหนังสือถามความชัดเจนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ปมหักเงินเดือนให้เหลือ 30% อังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.30 น.


เมื่อวันที่ 4 ม.ค.นายอนุชา บูรพชัยศรี เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมแก้ไขปัญหาหนี้ครู ว่า ตนได้ประชุมร่วมผู้แทนจากธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และสหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งประเทศไทย ซึ่งที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันว่าให้สถาบันการเงินแห่งแต่ละแห่งไปจัดทำมาตรการการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้ไปออกมาเป็นทิศทางในการแก้ปัญหารูปแบบเดียวกัน เพื่อลดการผ่อนชำระหนี้ของครู หลังจากนั้นในวันที่ 17 ก.พ.จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกันอีกครั้งว่าจะมีมาตรการใดบ้างที่จะยึดใช้แก้ปัญหาต่อไป  

ส่วนประเด็นคำสั่งศาลปกครองกลางพิพากษาเรื่องการหักเงินเดือน เงินบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการครู เพื่อชำระหนี้ว่าเงินเดือนสุทธิหลังจากการหักชำระหนี้แล้วต้องเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 นั้น แต่ละธนาคารไม่รู้ว่าครูแต่ละคนมีหนี้อยู่ที่ไหนบ้างส่งผลให้การจะหักเงินให้อยู่กรอบไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นจึงมอบหมายให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้รวบรวมข้อแหล่งเงินของกู้ครูทั้งหมด
           
เลขานุการ รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังให้นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ.ทำหนังสือไปถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอความชัดเจนในเรื่องการหักเงินเดือนร้อยละ 70 ของเงินเดือนครู เนื่องจากมีสถาบันการเงินหลายแห่งทำหนังสือให้ผู้กู้ยินยอมให้มีการหักเงินเดือน เพื่อชำระหนี้ร้อยละ 70  ทั้งนี้การแก้ปัญหาดังกล่าวจะมีการจัดลำดับความสำคัญโดยจะเลือกแก้ปัญหาให้กับกลุ่มครูที่เป็นหนี้วิกฤตในระยะแรกก่อน ส่วนระยะสองที่จะมาวางแนวทางแก้ปัญหาหนี้ทั่วไปของครู

ขณะเดียวกันตนยังได้มองถึงการวางมาตรการป้องกันการก่อหนี้ในอนาคต เช่น การนำเงินโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และ โครงการสวัสดิการกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) มาใช้ค้ำประกันเงินกู้ ซึ่งถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน ดังนั้นตนคิดว่าจะมีการทบทวนโครงการนี้ใหม่ด้วยเช่นกัน
 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 44