อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 3 มิถุนายน 2563

พัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย

"คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ย้ำการพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย กำชับต้องกำหนดมาตรฐานในการดูแลเด็กปฐมวัยตั้งแต่เกิดถึง 6 ขวบ ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 13.37 น.


เมื่อวันที่ 10 เม.ย. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ว่า ปฐมวัยเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญที่สุด เพราะเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิต เป็นช่วงวัยที่พัฒนาการด้านต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับพัฒนาการในช่วงวัยต่อๆ ไป เด็กวัยนี้จึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ

ซึ่งมีจากผลงานวิจัยทั้งในและนอกประเทศ ระบุว่า การลงทุนกับเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และให้ผลตอบแทนมากกว่าทุกช่วงวัย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กกลุ่มปฐมวัยประมาณเกือบล้านคน รัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และสภาการศึกษา ให้ความสำคัญกับเด็กกลุ่มนี้อย่างมาก

จึงได้ออกพ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ.2562 เป็นการเฉพาะ โดยได้กำหนดแนวทางการดูแลเด็กปฐมวัยไว้อย่างครอบคลุมทุกด้าน หมายความว่า คนในประเทศไทยไม่ว่าใครก็ตาม ทั้งสังคม ครู สื่อมวลชน ท้องถิ่น จะต้องให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สมบูรณ์แบบที่สุด

“เป็นหน้าที่ของสภาการศึกษาที่ต้องกำหนด เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการดูแลเด็กปฐมวัยตั้งแต่เกิดจนถึง 6 ขวบ โดยทุกองค์กรทุกภาคส่วนในประเทศจะต้องร่วมมือกันเพื่อดูแลเด็กเหล่านี้ และพัฒนาทั้งกายใจและความเป็นอยู่ รวมถึงสภาพจิตใจให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับวัย

การดูแลเด็กกลุ่มนี้จึงไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยการดูแลพัฒนาเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานที่สภาการศึกษาวางไว้มีเป้าหมายเพื่อให้เด็กมีสุขภาพกายและใจที่ดี มีทักษะทางสมอง ทักษะการเรียนรู้และทักษะชีวิตเพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพ และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และสวัสดิการสังคมอย่างเท่าเทียมกัน”รมช.ศึกษาธิการกล่าว

 เมื่อถ้าเราทำได้ทุกอย่างตามมาตรฐานและตัวชี้วัด และเด็กได้รับการดูพัฒนาตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเด็กจะได้รับการวางพื้นฐาน และได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของเด็กแต่ละคน เชื่อว่าเด็กจะมีความพร้อมที่จะอยู่สังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผันผวนได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญ มั่นใจว่าเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กดีมีคุณภาพเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 44