อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

แจกการบ้านสพฐ.-สทศ.รื้อการสอบซ้ำซ้อน

รมว.ศธ.แจกบ้านสพฐ.-สทศ.รื้อการสอบซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการสอบต่างๆของเด็กม.6 ชู อยากใช้การสอบ SAT ของสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบวัดการสอบต่างๆของเด็กไทย จันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 17.00 น.


เมื่อวันที่ 13 เม.ย.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ในการปรับระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต)  ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่  6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และม.6 เพื่อให้การทดสอบมีมาตรฐานและไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น

โดยตนจะเริ่มรื้อระบบการทดสอบวัดความรู้ด้านต่างๆในเด็กระดับชั้นม.6 ก่อน ซึ่งจะพยายามทำให้การทดสอบวัดความรู้เหลือเพียงการทดสอบที่ใช้นำไปศึกษาต่อและมีประโยชน์ต่อการเรียนของเด็กจริงๆ เพราะขณะนี้เด็กม.6 สอบซ้ำซ้อนหลายวิชาเริ่มตั้งแต่การสอบโอเน็ต การทดสอบความถนัดทั่วไป (แกต) และความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (แพต) และการทดสอบวิชาสามัญ 9 วิชา ดังนั้นเราสามารถปรับการทดสอบของเด็กให้เหลือการสอบเดียวแต่คลอบคลุมการศึกษาต่อและประเมินทักษะความรู้หมดทุกอย่างได้หรือไม่  

“ผมไม่ได้รื้อการทดสอบต่างๆของนักเรียนมาจากคะแนนโอเน็ตต่ำหรือสูง แต่คิดว่าเราสามารถปรับการสอบต่างๆให้เหลือการสอบเดียว แต่ครอบคลุมการวัดและประเมินผล รวมถึงสามารถนำคะแนนการทดสอบไปใช้ศึกษาต่อได้จริง เหมือนการสอบข้อสอบของ SAT  (Scholastic Assessment Test)  ที่เป็นข้อสอบมาตรฐานสำหรับการรับบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นตัวชี้วัดว่าเด็กมีความสามารถเข้าเรียนในสาขาวิชาคณะไหนได้บ้าง 

ทั้งนี้ผมไม่อยากให้เด็กต้องมานั่งกดดันตัวเองทุกครั้งที่มีการทดสอบและนำมาบอกว่าการสอบต่างๆเป็นตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง เพราะเด็กบางคนที่เป็นเด็กเก่งไปทดสอบการสอบระดับสากล แต่ทำไมมาสอบโอเน็ตกลับได้คะแนนไม่ดี มันเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการสอบหรือไม่ หรือแม้กระทั่งเราอยากให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นแต่ไม่ได้สร้างข้อสอบให้คิดวิเคราห์จริงๆ ดังนั้นผมจึงมอบเป็นการบ้านให้สพฐ.และสทศ.กลับไปทบทวนในเรื่องนี้แล้ว” รมว.ศธ.กล่าว
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 52