อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 23 กันยายน 2563

เข้มห้ามบิณฑบาตเกินเวลา แย่งซองปัจจัยสวด'ยถา-สัพพี'

มหาเถรฯ ตั้ง 3 กรรมการมส. ออกแนวทางปฏิบัติคุมเข้ม “บิณฑบาต” ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย หลังมีเรื่องร้องเรียนอื้อ ทั้งพระสงฆ์รับของมากเกินความจำเป็น หวังแต่ลาภสักการะ บิณฑบาตเกินเวลา นำอาหารไปขายให้คนมาทำบุญต่อ จันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2563 เวลา 17.56 น.


เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมมส. ได้พิจารณาเรื่องที่กลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอเรื่อง การบิณฑบาตที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย โดยระบุว่า ตามที่มีข้อร้องเรียนผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กรณีการบิณฑบาตของพระสงฆ์ที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อพระธรรมวินัย เช่น การบิณฑบาตก่อนอรุณ การกลับเข้าวัดเกินวลาที่กำหนด รับบิณฑบาตมากเกินความจำเป็น หรือถ่ายเทอาหารให้บุคคลภายนอก นั่งหรือยืนปักหลักบิณฑบาตบริเวณหน้าร้านค้า ตลอดจนนำอาหารที่ได้รับมาให้ร้านค้าจำหน่ายต่อ รวมทั้งหวังแต่ลาภสักการะ เมื่อบิณฑบาตแล้ว อาหาร ดอกไม้ ธูป เทียนที่ได้ไม่นำกลับวัด ทิ้งไวข้างทาง เป็นต้น เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมแก่สมณวิสัย ทำให้ผู้ที่ใส่บาตรและผู้ที่พบเห็นเสื่อมความศรัทธา เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ 

สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ขอเรียนว่า เพื่อเป็นการป้องกันเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว และลดปัญหาข้อร้องเรียน จึงนำหลักเสขิยวัตร 75 มาพิจารณา และเห็นควรนำเรื่องดังกล่าวเสนอ มส. เพื่อโปรดทราบและพิจารณากำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้ 1.การออกบิณฑบาตของพระภิกษุสามเณร จะต้องออกบิณฑบาตเวลาได้รับอรุณ และไม่ควรเกินเวลา 08.00 น. 2.การบิณฑบาตโดยยืนหรือนั่งประจำที่ ตามร้านขายอาหาร หรือบิณฑบาตโดยเร่ร่อนไปตามสถานที่ต่างๆ นอกพื้นที่บิณฑบาตแห่งวัดตน ไม่สมควรกระทำ 3.การบิณฑบาตด้วยการนั่งรับบาตร หรือนั่งในรถรับบาตรไม่สมควรกระทำ 4.สถานที่ที่เป็นแหล่งอโคจร พระภิกษุไม่ควรเข้าไปบิณฑบาต 5.การบิณฑบาตไม่ควรสูบบุหรี่ สวมรองเท้า พูดคุยกันโดยไม่มีเหตุจำเป็น ถ่ายเทอาหาร หรือทิ้งดอกไม้ให้กับเจ้าของร้านอาหาร หรือแย่งกันรับซองปัจจัย 6.เมื่อบิณฑบาตเสร็จแล้ว ไม่ควรสวด ยถา...สัพพี (การอุทิศบุญให้คนตายและให้พรคนเป็น) ทั้งนี้ ให้เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ในทุกระดับ ตลอดนพระวินยาธิการ (ตำรวจพระ) คอยตรวจตรา สอดส่อง ดูแลพระภิกษุสามเณรในการบิณฑบาต ให้เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย โดยยึดหลักเสขิยวัตร (ข้อปฏิบัติว่าด้วยมารยาทที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ให้ภิกษุและสามเณรปฏิบัติ) เป็นเกณฑ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมส.มีมติรับทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งมีมติให้กรรมการมส. 3 รูป ประกอบด้วย พระพรหมเสนาบดี พระพรหมบัณฑิต และพระธรรมกิตติเมธี ไปหารือร่วมกัน จากนั้นให้นำเสนอมส.ในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อออกเป็นข้อแนะนำแนวทางปฏิบัติให้กับพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ บิณฑบาตถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    94%
  • ไม่เห็นด้วย
    6%

บอกต่อ : 80