อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

สพฐ.ร่อนหนังสือแจ้งเขตพื้นที่-โรงเรียนรับมือภัยพิบัติ

รองเลขาธิการกพฐ. เผย สพฐ.ส่งหนังสือแจ้งเขตพื้นที่และโรงเรียนให้เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติตามแนวปฎิบัติอย่างเคร่งครัด อังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 14.06 น.

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ ศธ 04001 /ว4021 ลงวันที่ 3 ส.ค.2563 แจ้งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทุกเขต เรื่อง แจ้งเตือนสถานการณ์พายุดีเปรสชัน ซินลากู (SINLAKU) โดยมีใจความสรุป ว่า เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยา มีประกาศ ฉบับที่ 10 (150/2563) ประกาศ ณ วันที่ 3 ส.ค.2563 เรื่อง พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน ซินลากู) (SINLAKU) เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 3 ส.ค.2563 พายุมีศูนย์กลางอยู่ที่ อําเภอปัว จังหวัดน่าน ประเทศไทย จากอิทธิพลของพายุดังกล่าวจะส่งผลให้ประเทศไทย มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ซึ่งอาจทําให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สพฐ.มีความห่วงใยในเรื่องดังกล่าว จึงขอให้ สพท. แจ้งสถานศึกษาในสังกัด ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ สถานการณ์ข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยขอให้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ ระมัดระวังอันตรายจากสถานการณ์อุทกภัย ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนทราบ หากเกิดสถานการณ์สามารถประสานขอความช่วยเหลือได้ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เบอร์โทรศัพท์ 0 2637 3000 และ 0 2243 0020 ถึง 27 หรือ สายด่วน 1784 

รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สพฐ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังช่วยเหลือโรงเรียนและนักเรียนที่ประสบอุทกภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น โดยสามารถติดต่อได้ที่ ห้องศูนย์ปฏิบัติการ สพฐ. อาคาร สพฐ. 2 ชั้น 2 เบอร์โทรศัพท์ 0 2288 5567 ,0 2288 5581 และ 0 2288 5570 โทรสาร 0 2281 2271 E-mail : efpad.p@gmail.com นอกจากนี้ขอให้ดําเนินการตามแนวทางการดําเนินงานเมื่อเกิดวาตภัย หรือภัยจากพายุ ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งแบ่งเป็นระดับ สพท. และระดับสถานศึกษา ดังนี้การปฏิบัติเมื่อเกิดวาตภัยระดับ สพท.1. ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาวาตภัย 2. จัดตั้งหน่วยงาน ศูนย์ให้ความช่วยเหลือเฉพาะกิจ ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที เมื่อเกิดวาตภัย 3. ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาวาตภัย 4. สนับสนุนปัจจัยที่จําเป็นต่อการดํารงชีวิตในพื้นที่ประสบภัย 5. มีแผนการดําเนินการ เพื่อการระงับควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย และเอกสารที่สําคัญ ส่วนการฟื้นฟูหลังเกิดวาตภัยระดับ สพท. 1. ประสานงานกับส่วนราชการ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยเบื้องต้น2. มีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาระยะเร่งด่วนดําเนินการโดยใช้ระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน 3. ฟื้นฟูความเสียหายต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว 4. ดูแล ช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย และสนับสนุนปัจจัยที่จําเป็นในการดํารงชีวิตเบื้องต้น  


นายสนิท กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติเมื่อเกิดวาตภัยระดับสถานศึกษา 1. การตั้งเวรยามรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สินของทางราชการ 2. ขนย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ขึ้นที่สูง พ้นจากระดับน้ำท่วม เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยและฝนตก หนักต่อเนื่อง 3. รายงานผู้บังคับบัญชาและหน่วยงานต้นสังกัด 4. สั่งปิดสถานศึกษาเมื่อประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าอาจเกิดอันตรายแก่นักเรียน 5. การวางมาตรการและการจัดระบบการเดินทางของนักเรียน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางไป – กลับ โรงเรียนของนักเรียน 6. ประสานงานในการให้ความช่วยเหลือกับนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง 7. ประมาณการความเสียหาย รายงานของบประมาณ เพื่อซ่อมแซมให้สถานศึกษาสามารถกลับมาจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว ขณะที่การฟื้นฟูหลังการเกิดวาตภัยระดับสถานศึกษา1. สํารวจและประมาณการความช่วยเหลือ พร้อมรายงานขอรับงบประมาณสนับสนุน จากหน่วยงานต้นสังกัด 2. ซ่อมแซมอุปกรณ์ สถานที่ ที่ยังสามารถใช้งานได้ ปรับสภาพให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามปกติโดยเร็ว 3. รายงานความเสียหายและประมาณการค่าเสียหายแก่หน่วยงานต้นสังกัดทราบ 4. ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟูครอบครัวนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย. 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 54